bk8

Victor Frankensteinได้คืนชีพให้กับแฟรงเกนสไตน์

แรงบันดานใจของVictor FrankensteinและHenry Clerval เพื่อนของเขาที่ต้องการที่จะฟื้นคืนชีพให้กับสิ่งที่มีชีวิตอยู่หลังจากนั้นVictor Frankensteinเขาก็ได้เดินไปที่หลุมศพที่อยู่ใกล้บ้านของเขาจากนั้นก้ได้ทำการขุดศพเหล่านั้นขึ้นมาพร้อมกับตัดชิ้นส่วนของศพหลายๆศพที่ได้มีความใกล็เคียงกับคำว่าสมบูรณ์มากที่สุดมาเป็นชิ้นๆและนำเอามาเย็บต่อๆกันในทุกๆจุดทุกๆส่วน

และมีการเชื่อมต่ออวัยวะที่อยู่ภายในรวมถึงเส้นเลือดต่างๆเข้าด้วยกันด้วยจากนั้นเขาก็ได้ตั้งชื่อให้กับศพตนนี้ว่าแฟรงเกนสไตน์นั้นเอง ซึ่งหลังจากผลการทดลองในครั้งนี้ผลที่ได้ออกมาคือมันประสบความสำเร็จแต่มันประสบความสำเร็จเพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆในขณะที่ได้ช็อดไฟฟ้าเข้าไปหาศพที่เขาได้สร้างมันขึ้นมามันได้เกิดการขยับของแขนขึ้นมา

แต่การขยับของแขนในครั้งนั้นมมันจะขยับที่มีไฟฟ้าเพียงเท่านั้นพอปิดไฟฟ้าหรือดับลงไปมันก็แน่นิ่งไปเหมือนเดิมVictor Frankensteinที่ได้รู้สึกว่ามันประสบความล้มเหลวกับการทดลองนี้ก็ได้เดินออกจากห้องทดลองไปและกลับเข้ามาในห้องทดลองอีกทีพร้อมกับพบว่า สิ่งมีชีวิตที่เขาได้สร้างมันขึ้นมาตนนั้นมันได้หายไปจากเตียง

ซึ่งพอVictor Frankensteinได้เห็นตรงนี้เขาเลยมั่นใจได้ว่าเขาไม่ได้ประสบความล้มเหลวแต่เขาประสบความสำเร็จในการคืนชีพสิ่งมีชีวิตขึ้นมาเขาเลยได้ทำการค้นหาแฟรงเกนสไตน์ที่บริเวณภายในบ้านของเขาแต่อยู่ดีVictor Frankensteinก็ได้รับข่าวร้ายจากคนรู้จักว่าน้องชายของเขาได้ถูกฆาตกรรมจากการบีบรัดอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตและจากเหตุตรงนี้Victor Frankensteinก็ได้มั่นใจได้เลยว่าคนที่ทำให้น้องชายของเขาได้เป็นแบบนี้มันน่าจะเกิดขึ้นมาจากซากศพที่เดินได้ที่เขาได้สร้างมันขึ้นมานั้นเอง

จากนั้นVictor Frankensteinก็ได้ทำการหาจนรอบบ้านแต่ไม่มีการค้นพบเขาเลยได้ตัดสิ้นใจออกไปตามหาเจ้าแฟรงเกนสไตน์ที่ข้างนอกและใช้เวลาหลายปีกว่าที่เขาจะพบเจอและหลังจากที่Victor Frankensteinได้พบกับเจ้าแฟรงเกนสไตน์ สิ่งแรกที่แฟรงเกนสไตน์ได้พูดกับVictor Frankensteinนั่นก็คือเขาไม่ได้มีการเจตนาที่จะฆ่าน้องชายของVictor Frankenstein

แม้แต่นิดเดียวเลย ซึ่งเหตุการณ์ในตำนานที่เขาได้บอกเอาไว้เขาได้บอกว่าแฟรงเกนสไตน์ได้ฟื้นขึ้นมาจากการทดลองในครั้งนั้นและได้ไปเจอกับน้องชายของVictor Frankensteinเจ้าแฟรงเกนสไตน์เขาเลยคิดว่าน้องชายของVictor Frankensteinเป็นพ่อก็เลยเข้าไปกอดแต่เดียวแฟรงเกนสไตน์ไม่สามารถควบคุมแรงกอดหรือแรงของตัวเองได้เลยทำให้การกอดครั้งนั้นเป็นการบีบรัดน้องชายของVictor Frankensteinจนทำให้สิ้นใจนี่เอง

 

สนับสนุนโดย  bk8

ตำนานแม่นาคพระโขนง

เรื่องมีอยู่ว่าได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอมีหน้าตาที่สวยงดงามซึ่งมีนามว่านาค ซึ่งเธอได้แต่งงานกับชายหนุ่มอีกคนนึงมีนามว่ามากทั้งสองนั้นรักกันเป็นอย่างดีมีอยู่วันหนึ่งที่ประเทศไทยกำลังจะมีสงครามทำให้มีทหารมาสั่งให้มากไปเป็นทหารเพื่อสู้รบตอนนั้น

เป็นช่วงเวลาที่นาก กำลังใกล้คลอดแต่เนื่องจากหน้าที่นี้สำคัญมากทำให้มากจำเป็นที่จะต้องไปเป็นทหารและทิ้งให้ภรรยาของตัวเองอยู่ที่บ้านคนเดียวและได้ฝากฝังกับเพื่อนบ้านให้ช่วยดูแลภรรยาของตัวเองด้วยระหว่างที่มากนั้นกำลังทำสงครามอยู่ภรรยาของมากเองก็เฝ้ารอมากกลับมาทุกๆวัน

จนมีอยู่วันหนึ่ง คิดถึงเวลาที่ภรรยาของมากจะต้องคลอดแล้วซึ่งชาวบ้านก็พากันมาช่วยเธอแต่เนื่องจากเด็กในท้องของภรรยาของมากยังไม่ได้กลับหัวทำให้เลือดไหลจนเธอช็อกและเสียชีวิตไประหว่างที่กำลังจะคลอดลูกทั้งแม่และเด็กนั้นต่างก็เสียชีวิตกันจนหมดทุกคนพากันนำเธอไปฝังศพไว้ที่ใต้ต้นโพธิ์ หลังจากนั้นทุกคนก็กลับไปใช้ชีวิตแบบปกติ

โดยปกปิดเรื่องราวการตายของหน้าตาไว้ซึ่งหลังจากนั้นหลังจากที่มากทำสงครามเสร็จก็เดินทางกลับบ้านเพื่อที่จะไปดูหน้าลูกและภรรยาของตัวเองซึ่งเมื่อเดินทางเข้าไปก็ไม่มีใครบอกมากว่าภรรยาของเขานั้นได้เสียชีวิตไปแล้วซื้อมาเขากลับไปถึงบ้านเขาก็พบว่าภรรยาของเขายังอยู่ดีพร้อมกับลูกซึ่งทุกๆครั้งที่เขาเดินทางกลับมาหลังจากทำงานของเขาเองจะพยายามให้เขาอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปสุงสิงกับใครเพราะระยะของมากกลัวว่ามากจะรู้ความจริงว่าตัวเองตายไปแล้ว

มีอยู่วันหนึ่งที่มากนั้นกำลังนั่งตะกร้าอยู่ใต้ถุนบ้านส่วน ภรรยาของมากก็กำลังตำน้ำพริกอยู่ด้านบนบ้านซึ่งอยู่ๆมะนาวลูกหนึ่งก็ตกลงมาที่ด้านใต้ถุนบ้านตอนนั้นมากกำลังจะเก็บมะนาวไปให้ภรรยาแต่อยู่ๆเขาก็พบว่ามีมือที่ยาวมากออกมาจากร่องตรงบ้านที่พื้นบ้านและเก็บมะนาวแล้วก็แขนกลับไปเขาตกใจมากและขึ้นกลับไปดูภรรยาของตัวเอง

ซึ่งภรรยาของตัวเองก็กำลังนั่งตำน้ำพริกอยู่และเธอก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้นซึ่งมากก็ไม่ได้ตอบอะไรและลงไปศาลพระเจ้าต่อไปและคิดว่าภรรยาของตัวเองอาจจะหาไม้มันอีกเอาไว้ทำการบีบมะนาวและมันขึ้นไปไม่น่าจะใช่มือหรอกเขาอาจจะตาฝาดเองซึ่งไม่นานนะเพื่อนของเขาก็ได้มาบอกว่าภรรยาของมากเสียชีวิตแล้วเท่านั้นซึ่งมากเพราะว่าเขาอยู่ด้วยทำการนอนกอดและใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาของเขาทุกวันหลังจากนั้นเขาก็ได้ทำการทดสอบโดยการเมื่อตอนกลางคืนเขาบอกกับภรรยาของตัวเองว่าเขาจะนอนกอดภรรยาของตัวเองทั้งคืนตื่นมากลางดึก

และพบว่าภรรยาของเขานั้นกลายเป็นกะโหลกซึ่งเขากรีดร้องของเขาตื่นร่างกายของภรรยาก็กลับกลายเป็นปกติซึ่งเขาก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้นเขาก็ตอบว่าฝันร้ายและบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำที่จะถึงบ้านภรรยาก็ปล่อยเธอไปแล้วจะให้เขารีบกลับมาหลังจากนั้นเขาก็ได้ทำการจัดเตรียมทุกอย่างให้น้ำไหลออกมาเป็นเสียงเหมือนเขากำลังเข้าห้องน้ำและวิ่งหนีไปที่วัดแห่งหนึ่งและให้พระอาจารย์ช่วยปราบวิญญาณของภรรยาตัวเองซึ่งอาจารย์นั้นก็ไม่สามารถช่วยได้เขาได้วิ่งหนีออกไป

จากวัดไปซ่อนในต้นไม้หนึ่งซึ่งเชื่อว่าหากอยู่ตรงนั้นแล้วผีก็จะไม่สามารถเข้าใกล้ได้เพราะมันกลัวหลังจากนั้นเธอก็ได้ทำการฆ่าคนหลายคนมากเพื่อต้องการให้สามีของเธอกลับมาอยู่กับเธอให้สามีของเธอก็จะ ไปที่อื่นซะและบอกว่าเขาเองก็รักเธอแต่อยู่กันคนละภพภูมิแล้วและในช่วงเวลานั้นเองก็ได้มาทำการสะกดวิญญาณของภรรยาของมากหลังจากนั้น

ภรรยาของมากก็ไปเกิดซึ่งตอนที่ยังเป็นวิญญาณอยู่นั้นเขาพยายามสอนให้ภรรยาของมากเองที่เป็นวิญญาณร้ายกลายเป็นคนที่นิสัยดีและทำตามคำขอของคนอื่นซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ได้เลื่อนขั้นเป็นเทพและสุดท้ายก็ได้ไปเกิดในที่สุดค่ะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย bk8

เฮนรี ฮัดสันผู้ที่เดินเรือไปพบกับนางเงือก

หมอผีแห่งฮากาตะ

ประเทศญี่ปุ่นได้มีสำพันที่ยาวนานกับนางเงือกแม้ว่าในตำนานของนางเงือกในญี่ปุ่นจะมีลักษณะที่คล้ายปลาดังที่เราคุ้นเคยมากกว่านางเงือกในยุโรป ซึ่งนางเงือกในญี่ปุ่นมักจะมีฟันที่แหลมคมมีเขาบ้างในบางครั้งและว่ากันว่านางเงือกในญี่ปุ่นนั้นมีพลังเวทมนต์ด้วยในปี1222มีการกล่าวขึ้นนางเงือกว่ามีคนเห็นนางเงือกว่ายน้ำอยู่ที่อ่างฮากาตะ

หมอผีในท้องที่ดังกล่าวได้ประกาศว่านางเงือกเป็นรางดีและมีการนำซากศพของนางเงือกเอาไปฝังเอาไว้ที่วัดวงค์แห่งเทพเจ้ามังกรเป็นเวลาหลายปีที่มีผู้มาเยียบชมวัดมักจะได้รับน้ำดื่มซึ่งเชื่อว่าได้มาจากกระดูกนางเงือกที่เปียกโชคผู้คนเชื่อว่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวจะช่วยป้องกันโรคต่างๆนาๆ ซึ่งกระดูกนางเงือก6ชิ้นยังคงอยู่ในพระวิหารและถูกขัดถูจนมันวาวผู้ที่เข้ามาเยียบชมหลายคนก็ยังจะเดินทางไปยังที่หลุมฝั่งศพของนางเงือก

ซึ่งมันอาจจะอธิบายได้หรือไม่ว่าทำไมผู้ที่อยู่ประจำวัดถึงไม่ตัดสินใจที่จะทดสอบตรวจดีเอ็นอกับกระดูกนางเงือกแต่อย่างไรก็ตามนักศึกษาบางคนที่ได้ศึกษาของกระดูกนางเงือกได้เชื่อว่ากระดูกดังกล่าวนั้นมันอาจจะมาจากมากกว่าสัตว์1ตัวแต่มันไม่ได้มาจากสัตว์น้ำที่เรารุ้จัก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าในความเป็นจริงแล้วกระดูกของนางเงือกนั้นอาจเป็นกระดูกของวัวที่ล้มตายและเหลือเศษซากเอาไว้ตามธรรมชาติ

เฮนรี ฮัดสัน

เฮนรี ฮัดสันเป็นนักสำรวจในชาวอังกฤษในช่วงต้นศตวรรษที่17เขาเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีจากการสำรวจของเขาในอเมริกาเหนือและสำหรับอ่างช่องแคบรวมถึงแม่น้ำที่ถูกตั้งชื่อให้เป็นเกียรติให้แก่เขาโดยเขาได้ไปสำรวจถึง4ครั้งเพื่อหาเส้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปยังทิศตะวันออกเมื่อเขาเดินทางผ่านอาร์ทติส

ซึ่งเป็นพื้นที่โดยบริเวณขั่วโลกเหนือเรือของเขาได้ถูกบล็อคอยู่ในน้ำแข็งในระหว่างเดินทาง ซึ่งในการเดินทางในครั้งที่สองเขาก็ได้เปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือและแล่นเรือไปทางตะวันออกเฉียงเหนือไปยังภูมิภาคของรัสเซียกลุ่มของมหาสมุทรอาร์ทติสที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศรัสเซียแต่นี่ก็ได้เป็นอีกครั้งที่เส้นทางเดินเรือของเขาไปถูกบล็อคด้วยน้ำแข็

งและเขาก็ต้องถูกให้บังคับให้ล่าถอยไปซึ่งในขณะที่เรือของเขาอยู่ในน้ำรัศเซียนั้นในที่สุดเขาก็ได้เผชิญหน้ากับนางเงือกเฮนรี ฮัดสันได้เล่าถึงนางเงือกของตนว่าครึ่งบนของนางเงือกจะมีรูปร่างขณะผู้หญิงที่โตเต็มวัยมีผิวที่ขาวและผมยาวสีดำส่วนครึ่งล่างของนางเงือกนั้นก็เป็นรูปร่างคล้ายกับปลาโลมา

 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆมาจากเว็บ  bk8