ประวัติและตำนาน

เฮนรี ฮัดสันผู้ที่เดินเรือไปพบกับนางเงือก

หมอผีแห่งฮากาตะ

ประเทศญี่ปุ่นได้มีสำพันที่ยาวนานกับนางเงือกแม้ว่าในตำนานของนางเงือกในญี่ปุ่นจะมีลักษณะที่คล้ายปลาดังที่เราคุ้นเคยมากกว่านางเงือกในยุโรป ซึ่งนางเงือกในญี่ปุ่นมักจะมีฟันที่แหลมคมมีเขาบ้างในบางครั้งและว่ากันว่านางเงือกในญี่ปุ่นนั้นมีพลังเวทมนต์ด้วยในปี1222มีการกล่าวขึ้นนางเงือกว่ามีคนเห็นนางเงือกว่ายน้ำอยู่ที่อ่างฮากาตะ

หมอผีในท้องที่ดังกล่าวได้ประกาศว่านางเงือกเป็นรางดีและมีการนำซากศพของนางเงือกเอาไปฝังเอาไว้ที่วัดวงค์แห่งเทพเจ้ามังกรเป็นเวลาหลายปีที่มีผู้มาเยียบชมวัดมักจะได้รับน้ำดื่มซึ่งเชื่อว่าได้มาจากกระดูกนางเงือกที่เปียกโชคผู้คนเชื่อว่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวจะช่วยป้องกันโรคต่างๆนาๆ ซึ่งกระดูกนางเงือก6ชิ้นยังคงอยู่ในพระวิหารและถูกขัดถูจนมันวาวผู้ที่เข้ามาเยียบชมหลายคนก็ยังจะเดินทางไปยังที่หลุมฝั่งศพของนางเงือก

ซึ่งมันอาจจะอธิบายได้หรือไม่ว่าทำไมผู้ที่อยู่ประจำวัดถึงไม่ตัดสินใจที่จะทดสอบตรวจดีเอ็นอกับกระดูกนางเงือกแต่อย่างไรก็ตามนักศึกษาบางคนที่ได้ศึกษาของกระดูกนางเงือกได้เชื่อว่ากระดูกดังกล่าวนั้นมันอาจจะมาจากมากกว่าสัตว์1ตัวแต่มันไม่ได้มาจากสัตว์น้ำที่เรารุ้จัก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าในความเป็นจริงแล้วกระดูกของนางเงือกนั้นอาจเป็นกระดูกของวัวที่ล้มตายและเหลือเศษซากเอาไว้ตามธรรมชาติ

เฮนรี ฮัดสัน

เฮนรี ฮัดสันเป็นนักสำรวจในชาวอังกฤษในช่วงต้นศตวรรษที่17เขาเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีจากการสำรวจของเขาในอเมริกาเหนือและสำหรับอ่างช่องแคบรวมถึงแม่น้ำที่ถูกตั้งชื่อให้เป็นเกียรติให้แก่เขาโดยเขาได้ไปสำรวจถึง4ครั้งเพื่อหาเส้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปยังทิศตะวันออกเมื่อเขาเดินทางผ่านอาร์ทติส

ซึ่งเป็นพื้นที่โดยบริเวณขั่วโลกเหนือเรือของเขาได้ถูกบล็อคอยู่ในน้ำแข็งในระหว่างเดินทาง ซึ่งในการเดินทางในครั้งที่สองเขาก็ได้เปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือและแล่นเรือไปทางตะวันออกเฉียงเหนือไปยังภูมิภาคของรัสเซียกลุ่มของมหาสมุทรอาร์ทติสที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศรัสเซียแต่นี่ก็ได้เป็นอีกครั้งที่เส้นทางเดินเรือของเขาไปถูกบล็อคด้วยน้ำแข็

งและเขาก็ต้องถูกให้บังคับให้ล่าถอยไปซึ่งในขณะที่เรือของเขาอยู่ในน้ำรัศเซียนั้นในที่สุดเขาก็ได้เผชิญหน้ากับนางเงือกเฮนรี ฮัดสันได้เล่าถึงนางเงือกของตนว่าครึ่งบนของนางเงือกจะมีรูปร่างขณะผู้หญิงที่โตเต็มวัยมีผิวที่ขาวและผมยาวสีดำส่วนครึ่งล่างของนางเงือกนั้นก็เป็นรูปร่างคล้ายกับปลาโลมา

 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆมาจากเว็บ  bk8

ตำนานอาถรรพ์เมืองต้องคำสาป

ตำนานคำสาปเมืองลำปางจากแรงอธิษฐานของนางสุชาดาตำนานเมืองต้องคำสาปอันเกิดมาจากแรงสาปแช่งได้มีมาอย่างช้านานอยู่หลายเมืองด้วยกันหากว่าคำสาปแช่งนั้นได้อนุภาพก็จะทำให้เมืองนั้นได้เป็นไปตามคำสาปแช่ง เช่น ไม่เจริญรุ่งเรือง บางตำนานก็สาปแช่งจนชั่วลูกชั่วหลานก็มีบ้างบางตำนานก็จะมีผู้ที่ได้สาปแช่งเอาไว้แล้วแต่ก็มีวิธีการสอนถอนคำสาปแช่งเอาไว้ด้วยว่าจะต้องทำอย่างไร้ 

เรื่องราวคำสาปพันปีจากแรงอธิษฐานอันแรงกล้าของนางสุชาดา

ผู้ที่บริสุทธิ์ถูกใส่ร้ายกลายมาเป็นตำนานที่ได้เล่าคานกันมาอย่างไม่รู้จบเพราะได้มีหลักฐานอ้างอิงในทางประวัติศาสตร์จึงเชื่อว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่ถูกแต่งกันขึ้นมาแต่เป็นเรื่องราวที่มีเค้าโครงของความจริงโดยเรื่องราวนั้นได้มีที่มาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คือพระแก้วดอนเต้า ซึ่งในปัจจุบันได้ประดิษฐานอยู่วัดพระธาตุลําปางหลวง ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ตำนานคำสาปของนางสุชาดานั้นมีอยู่ว่าครั้งหนึ่งพระมหาเถระเจ้าต้องการไม้แก่นจันทน์เพื่อนำมาแกะสลัดเป็นพระพุทธรูป

แต่ก็ไม่สามารถหาได้พญานาคได้ทราบเรื่องราวดังกล่าวจึงได้เกิดความศรัทธาได้ใช้อิทริดเสกแก้งมรตกเอาไว้ในผลแตงโมที่อยู่ในสวนหลังบ้านของนางสุชาดาหญิงสาวผู้ที่มีความเลียมใสในพระพุทธศาสนานางชอบเข้าวัดทำบุญโดยนำแตงโมนั้นไปถวายพระสงฆ์อยู่เป็นประจำต่อมานางได้ผ่าแตงโมผลหนึ่งที่ได้เก็บมาจากสวนก็ปรากฏพบแก้วมรตกหรือหินหยกในผลของแต่โมด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนานางเลยได้เอาหินหยกนั้นนำเอาไปถวายให้แก่พระมหาเถระเจ้าท่านจึงปรารถนา

แกะหินหยกนี้ให้เป็นพระพทธรูปแต่แกะเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จพระอินทร์ซึ่งเป็นประมุขในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ได้ทราบเรื่องจึงจับแรงกายเป็นมนุษย์เพื่อขันอาสาของแกะสลักหินหยกให้เป็นองค์พระทางพระมหาเถระเจ้าก็ไม่ได้ขัดข้องแต่ประการใดพระอินทร์ในร่างมนุษย์ได้ใช้อิทริดเนรมิตให้หินหยกกลายเป็นพระพุทธรูปเป็นอันสวยงามอย่างรวดเร็วใมนเวลาต่อมาเรื่องนี้ได้ทราบถึงเจ้าผู้ที่ปกครองเมืองลำปางในสมัยนั้นพระองค์ทรงกริ้วมากที่นางสุชาดานำหินหยกไปถวายแด่พระสงฆ์

แทนที่จะนำมาถวายตนที่มีตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองจึงได้หาทางกลั่นแกล้งนางสุชาดาว่านาวสุชาดาได้เสพเมถุนกับพระมหาเถระด้วยเหตุอันร้ายแรงเช่นนี้ทำให้นางสุชาดาต้องโทษประหารชีวิตรวมถึงพระมหาเถระเจ้าที่ถูกผู้ครองนครลำปางสั่งประหารด้วยเช่นกันก่อนที่นางสุชาดาได้ถูกประหารนางได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าหากนางบริสุทธิ์ก็ขออย่าให้เลือดตกลงบนพื้นดิน

แต่ขอให้เลือดพุ่งสู่อากาศคำอธิษฐานของนางสุชาดาเป็นไปเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองและเพื่อต้องการให้พระมหาเถระเจ้าพ้นจากความผิดขณะเดียวกันนางสุชาดาก็ได้สาปแช่งให้กรรมตามทันเจ้าเมืองลำปางในสมัยนั้น

ความนิยมของสาวๆในแต่ละประเทศ

ค่านิยมของความสวยของสาวๆในแต่ละประเทศก็ได้มีความแตกต่างกันออกไปมันจะเป็นจริงหรือไม่บางประเทศได้มองเห็นว่าผู้หญิงที่มีถุงใต้ตาจะดูสวยอ่อน เยาว์ในขณะที่ในอีกประเทศหนึ่งกับมองว่าผู้หญิงที่มีฟันสีดำมีเสน่ห์ที่น่าจับตามองไม่แน่ว่าหนึ่งในสาวๆเหล่านี้มันอาจจะมีที่ตรงสเปคของคุณบ้างก็ได้

ผมและผิว เผ่าฮิมบา นามิเบีย 

สาวๆทั่วโลกต่างก็จะชอบผิวที่เรียบเนียนกระจ่างใสตามแบบฉบับสีผิวของตัวเองด้วยกันทั้งนั้นแต่ในสำหรับสาวๆชาวฮิมบา นามิเบีย กลับได้มีค่านิยมผิวและผมของพวกเธอนั้นจะต้องเป็นสีแดงเท่านั้นถึงถึงจะสามารถที่จะมักใจหนุ่มๆในเผ่าได้เคล็ดลับผิวและผมสีแดงของพวกเธอนั้นมาจากเครื่องประทินผิวทำมาจากเนยไขมันหินสีเหลือมีกลิ่นหอมเอาไว้ใช้สำหรับทาตามตัวและพอกผมให้หนาเป็นกอนในทุกๆเช้าเหมือนกับการแต่งหน้าทั่วๆไปสามารถช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดดและแมลงรวมไปถึงความชุ้มชื่น

ให้แก่ผิวป้องกันไม่ให้ขนนั้นได้ขึ้นมาตามร่างกลายและอบโดยทุกวันด้วยการลมควันจนเหงื่อออกและใช้เอาผ้านั้นซับไปตามที่ร่างกายสามารถใช้ให้ผิวพรรณสะอาดกระจางใสนอกจากผิวจะเด่นสะดุดตากันแล้วสไตล์ทรงผมของสาวๆในชนเผ่านี้ยังเจ๋งได้ไม่แพ้กันด้วยการตอกฝังเข้ากับผมจริงให้หราขึ้นรวมถึงประดับบนศรีษะด้วยกอนขนแพ้ถักเพื่อแสดงถานะในทางสังคมและในการแต่งงานอีกด้วย

สักคาง นิวซีแลนด์

การสักคิ้วและปากของสาวๆในหลายประเทศมันอาจจะดูธรรมดาไปเลยเมื่อได้มาเจอในการสักคางของสาวๆเผ่าเมารี นิวซีแลนด์เข้าไปและที่ไม่ใช่เป็นค่านิยมและความงามเพียงเท่านั้นแต่มันยังเป็นเครื่องหมายของสามชิกเผ่าและบ่งบอกความเป็นตัวตนของพวกเธอรอยสักในรูปแบบที่มองดูแปลกตาเหล่านี้เราได้เรียกว่าโมโกได้ทมีต้นกำเนิดมาจากทางด้านตะวันตกของโพลิสนีเชียชาวเมารีได้ถือว่าเป็นสิ่งที่บ่งบอกทางด้านของฐานะของทางสังคมตามลำดับวังตะกูลและในช่วงรอยต่อจากวัยเด็กไปสู่ในวัยผู้ใหญ่

ซึ่งโดยในแต่ละคนนั้นก็จะมีลวดลายสักที่ดูแตกต่างกันออกไปและนอกจากที่จะมองว่าในแง่มุมที่สวยงามแล้วอีกทั้งมันยังได้แฟงไปด้วยของเรื่องความเชื่อที่ว่ารอยสักเหล่านี้ได้มีความศักดิ์สิทธิ์สามารถที่จะนำพาคนที่ได้มีรอยสักนั้นไปพาไปพบกับบรรพบุรุษอยู่ที่โลกวิญญาณและได้กลับมาเกิดใหม่ได้อีกครั้งในพบข้างหน้าและมากไปกว่านั้นสาวๆบางคนยังมีการสักกบที่ริมฝีปากซึ่งโดยจุดนี้ไม่ได้มีการบังคับแต่อย่างใดขึ้นอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคลล้วนๆเลย

สถานที่สุดแปลกที่คุณสามารถมองเห็นได้ด้วยปลายนิ้ว

หลายคนก็อาจจะเคยใช้ระบบกูเกิลเอิร์ธกันมาบ้างแล้วใช่มั้ยและยังเป็นที่รู้กันว่าเจ้าแอพสุดเจ๋งตัวนี้สามารถจะพาคุณไปสำรวจโลกได้แค่เพียงปลากนิ้วโดยที่คุณนั้นไม่เสียเงินสักบาทแถมยังได้เห็นในภาพมุมมองแปลกๆชวนตะลึงสะด้วยและไม่แน่ว่าหนึ่งในสถานที่เหล่านั้นคุณอาจจะไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่จริงก็ได้

ทะเลสาบรูปคน บราซิล

จากคำตอบที่ว่ายิ่งอยู่สูงเท่าไหร่ก็จะยิ่งเห็นอะไรได้มากกว่าคนอื่นหน้าจะเป็นคนจริงเพราะถ้าเราไม่ได้มองจากกูเกิลเอิร์ธแล้วละก็ก็คงจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าทะเลสาบแห่งนี้ได้มีรูปร่างเป็นคนชูแขนขึ้นสองข้างอย่างแน่นอนสาบรูปคนที่ได้เห็นกันอยู่นี้ได้ถูกค้นพบอยู่ในพิกัดพิกัดเมืองซอฟโฟโรประเทศบราซิลด้านข้างนั้นได้รายล้อมไปด้วยป่าที่มีสีเขียวส่วนในตัวทะเลสาบได้คาดว่าได้มีความสูงประมาณ140เมตรอาจจะถูกส้างขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นที่นันทนาการหรือทะเลสาบเอาไว้ตกปลา

สำหรับผู้คนที่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่และในขณะที่บางคนนั้นได้เชื่อว่ามันอาจจะถูกสร้างขึ้นเพื่อระบุจุดที่อิคารัสมนุษย์ผู้ที่สร้างปีกบินหนีออกมาจากหอคอยบนเกาะครีตตามตำนานกรีกหรือมันอาจจะเป็นสถานที่สำคัญเอาไว้ใช้สำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและส่วนตัวของจำนวนที่ดินแห่งนี้ก็เป็นได้แต่ไม่ว่าความจริงแล้วจะเป็นอย่างไรด้วยรูปร่างที่แปลกไปกว่าที่อื่นมันจึงได้เป็นที่สนใจของชาวโลกจนถึงทุกวันนี้

สุสานเครื่องบิน รัฐแอริโซนา

สำหรับใครที่ชื่นชอบเครื่องบินแล้วล่ะก็คงอาจจะถูกใจกับสิ่งนี้และต้องขอบคุณกูเกิลเอิร์ธที่ทำให้เรานั้นสามารถที่จะมองเห็นเครื่องบินต่างๆหลากหลายรูปแบบได้โดยที่เรานั้นไม่ต้องเดินออกจากบ้านเลยแม้แต่ก้าวเดียวสุสานเครื่องบินที่เรานั้นได้เห็นกันอยู่นี้ได้เป็นของกองทัพเครื่องบินที่มีหลากหลายประเภคที่ได้เคยถูกนำเอาไปใช้งานหลากหลายในยุคสมัยมาแล้วและยังรวมไปถึงของรัฐบาลสหรัฐอยู่ในแอริโซนาเมื่อสุสานได้มีเครื่องบินที่ถูกใช้งานมาแล้ว4ประเภคได้แก่

ประเภคที่มีการนำเอามาใช้ใหม่ ประเภคเก็บอะไหล่สำรอง ประเภคที่รองการกระจายไปหน่วยงานอื่นๆ และ ประเภคที่รอแยกชิ้นส่วนเพื่อรอการจำหน่ายรวมแล้วทั้งสิ้นมีจำนวนทั้งหมอประมาณ5,000ลำได้จอดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบอยู่ที่บนพื้นที่กว้าง10.5ตารางกิโลเมตรเลยและเนื่องจากที่พื้นที่นั้นได้มีลักษณะที่มีความเรียบอยู่เสมอกันจึงทำให้การจอดและการย้ายเครื่องบินนั้นเป็นไปอย่างง่ายโดยที่ไม่ตรงไปปูนพื้นผิวถนนและนอกจากนี้ก็ยังมีสภาพอากาศยังมีความชื้นต่ำกว่ามากเพียง10ถึง20%รวมถึงปริมาณฝนจำนวน11นิ้วต่อปี

มนุษย์นั้นสามารถที่จะขุดหลุมได้ลึกขนาดนี้เลยหรือ?

มนุษย์สามารถขุดหลุมลึกมากกว่าที่คุณคิดในทุกๆจุดบอลโลกของเราผมเชื่อว่าใครหลายคนคงอยากจะขุดหลุมลึกลงไปไปในยันใจกลางของโลกซึ่งทุกคนต่างได้ทราบกันดีแล้วว่าจริงๆแล้วมันยังไม่มีใคร พี่จะสามารถขุดหลุมลึกไปยังจุดนั้นได้หลายคนต่างได้ตั้งคำถามว่ามนุษย์ชาติถ้าเราตัดสินใจจะขุดหลุมลึกไปยังจากโลกของเราเทคโนโลยีที่มีอยู่ปัจจุบันเราจะสามารถหลุมลึกลงไปยังใจกลางของโลกของเราได้หรือไม่

สมมุติว่าเราอยู่บนสักที่พื้นผิวของโลกใบนี้ หากตรงนี้คือพื้นผิวโลกของเรา เราลองขุดลึกลงไป จากพื้นผิวโลกไม่ไกล ประมาณ 1.8 เมตร จะมาถึงจุดที่ชาวเกาะบริเวณตะวันตกฝังศพลงความลึกระดับนี้แล้วถ้าหากคุณเชื่อว่าในเรื่องซอมบี้มันมีจริงบอกให้รู้เลยว่ามันอยู่ใกล้เราแค่เอื้อมแค่นั้นหากเราร้องขุดลึกลงไปประมาณ 4 เมตรเราก็จะมาถึงระดับความลึกที่หลุมฝังศพของ สุสานฟาโรห์ซึ่งได้ถูกค้นพบที่ระดับความลึกระดับนี้จากนั้นความลึกที่ลึกลงไปในระดับไม่มากประมาณ 6 เมตร

พื้นผิวโลกของเราเรามาถึงระดับความลึกมากที่สุดที่ตรวจจับโลหะจะสามารถตรวจจับได้ลึกลงมาที่ระดับ 12 เมตรจะมาถึงโพรงของสัตว์ที่สามารถขุดดินได้เร็วที่สุดนั่นก็คือประเทศแม่น้ำไนล์จากนั้นลูกลงไปอีกหน่อยด้วยระดับความลึกที่ประมาณ 20 เมตรมาถึงระดับความลึกที่เป็นสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่ถนนของกรุงปารีสซึ่งคนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ไม่รู้ว่าอุโมงค์เก็บกระดูกของต้นมากกว่า 6 ล้านคนที่ได้ถูกฝังอยู่ที่แห่งนี้ที่นั่นก็คือใน Paris เอาลองขุดลงมาที่ระดับความลึกประมาณ 100 เมตรระดับความรู้สึกนี้จะเป็นเอาไว้ฝังกากกัมมันตภาพตารางสี

แต่ถ้าเราลดลงไปอีกหน่อยที่ระดับความลึก105.5 เมตรระดับความลึกที่เป็นสถานีรถไฟฟ้าที่มีความลึกมากที่สุดในโลกที่ตั้งอยู่ในประเทศยูเครนเอาเราขุดลงมาที่ระดับประมาณ220 เมตรที่ระดับความลึกนี้ความลึกที่มากที่สุดของคองโกทวีปแอฟริกาซึ่งมันเป็นแม่น้ำความลึกมากที่สุดในโลกอีกด้วยหากเราลองขุดลงมาที่ระดับความลึกประมาณ 240 เมตรและด้วยที่ระดับความลึกนี้มันจะเป็นอุโมงค์รางรถไฟที่มันมีความลึกมากที่สุดในโลกเป็นอุโมงค์รถไฟที่เชื่อมอยู่ระหว่างเกาะฮอนชูเกาะฮอกไกโดในประเทศญี่ปุ่น

แต่ใครจะไปเชื่อล่ะว่าที่ระดับความลึก 287 เมตรจะมีอุโมงค์ถนนที่เราสามารถขับรถผ่านใต้ดินที่มีความลึกมากที่สุดในโลกอุโมงค์นี้ได้ตั้งอยู่ประเทศนอร์เวย์และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือระดับความลึก 392 เมตร

เกาะงูคลั่ง จากประเทศบราซิล

ถ้าจะบอกว่าเกาะแห่งนี้เป็นเกาะพญานาคก็คงไม่ผิด

เพราะทุกตารางเมตรของเกาะเต็มไปด้วยสิ่งที่มีชีวิตที่เรียกว่างูนั้นเองซึ่งเกาะแห่งนี้อยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิลและยังเป็นเกาะร้างที่ไม่มีมนุษย์เข้าไปอาศัยอยู่มาเป็นเวลากว่า100ปีและเหตุผลที่ไม่มีคนอยู่นั้นก็เพราะในที่เกาะแห่งนี้เป็นดินแดนแห่งอสรพิษที่ได้มีประชากรงูอยู่เป็นจำนวนมากถึงขั้นที่ว่าทุกๆ1ตารางเมตรจะมีงูอาศัยอยู่5ตัวเลยทีเดียวเมื่อในอดีตนั้นไม่มีใครทราบว่างูจำนวนมากมายมหาสารขนาดนี้ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่เกาะแห่งนี้ได้อย่างไร

แต่จากตำนานพื้นบ้านของคนในพื้นที่ว่ากันว่างูเหล่านี้ได้ถูกโจนส์สลัดได้ถูกนำเอามาปล่อยไว้เพื่อให้ปปกป้องขุมทรัพย์ที่ได้ถูกฝังเอาไว้ใต้ดินและในการที่งูได้ไปติดอยู่ในเกาะแบบนี้นั้นทำให้พวกมันต้องวิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอดอย่างงูโกลเด้นแลนซ์เฮดที่สามารถพบเห็นได้ที่นี่ก็ได้วิวัฒนาการเพิษของตัวเองจนรุนแรงมากกว่าพิษของงูบนแผ่นดินใหญ่

ถึงห้าเท่านั้นมันก็เป็นเพราะว่าในเกาะที่แยกตัวออกจากเช่นนี้งูจำเป็นจะต้องล่านกต่างถิ่นเป็นอาหารดังนั้นมันจึงจำเป็นจะต้องมีพิษที่แรงมากพอเพื่อที่จะได้ใช้พิษนั้นฆ่านกมาเพื่อเป็นอาหารและเพื่อให้ตายในทันทีที่ได้ถูกกัดนั่นเองนอกจากนี้การอยู่บนเกาะที่หาอาหารได้ยากก็ยังทำให้งูชนิดนี้กลายเป็นงูที่ดุร้ายมากๆ

มันแทบจะโจมตีทุกสิ่งที่เข้าไกล้จนทำให้อัตราการโดนงูกัดในประเทศบราซิลนั้นกว่า90%นั้นมาจากงูสายพันธุ์นี้ทั้งหมดนั้นเองที่ได้ทำให้ดินแดนในสถานที่แห่งนี้นั้นได้กลายมาเป็นดินแดนมรณะที่แทบจะไม่มีใครที่จะอยากย่างเอากายของตัวเองนั้นเอาเข้าไปไกลหรือเอาเข้าไปเสี่ยงเพราะถ้าหากว่าโดนงูกัดขึ้นมานั้นพิษของมันนั้นร้ายแรงมากที่สุดในโลก

ที่สามารถกัดแล้วทำให้คุณนั้นตายได้เลยทันทีแต่ถึงอย่างนั้นในเกาะที่แห่งนี้เองก็ยังมีขุนทรัพย์ที่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีซ้อนอยู่เช่นกันเพราะว่าพิษของงูนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการที่จะใช้เป็นยาที่จะรักษาโรคหัวใจจึงทำให้ราคาของงูชนิดนี้พุ่งสูงมากในตลาดมืด

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  nowbet

สาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์

สาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ได้แบ่งออกเป็น7รัฐกับอีก7เขต

เสียงสวดของพระสงฆ์สะท้อนก้องไปทั่วยอดเขาพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ สดเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ตึงให้กลุ่มบุคคลนับร้อนนับพันชีวิตที่ได้มารวมกันอยู่ ณ ที่นี้สงบนิ่งตั้งแต่เช้าทีมงานไปเดินทางข้ามชายแดนไทยในเขตจังหวัดเชียงรายเพื่อเข้าร่วมสังเกตุการในฐานที่มั่นกองทัพรัฐฉาน บนดอยก่อวันซึ่งกำลังจัดงานสำคัญสดเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่ชาวไทใหญ่ให้ความเคารพนับถือ

มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา พระนามของพระองค์ปรากฏยังหน้าประวัติศาสตร์ของไทใหญ่หลายครั้งตั้งแต่พระองค์ยังมรพระชนม์ชีพอยู่ โดยสดเด็จพระนเรศวรมหาราชกับ เจ้าคำก่ายน้อย เจ้าฟ้าวีรุบุรุษของชาวไทใหญ่ได้ร่วมทัพทำศึกขับไล่ศัตรูและหวังรวบรวมอาณาจักรไทใหญ่ให้เป็นปึกแผ่น แม้เมื่อครั้งสดเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสวรรคตก็ได้เกิดจากอาการประชวรขณะทรงยกทัพขึ้นไปช่วยเจ้าคำก่ายน้อยที่กำลังทำศึกกับทหาร จีน

และพม่า คนไทใหญ่จึงได้บอกเล่าและได้สั่งสอนลูกหลานทำให้พวกเขาได้มีความเคารพศรัทธาต่อ องค์สดเด็จพระนเรศวรมหาราช เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันที่มั่นกองกำลังสำคัญของชาวไทใหญ่หลายแห่งที่ตั้งอยู่ตามแนวเข็บ ชายแดนไทย เมียนมาร์ จึงได้มีการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สดเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นขวัญกำลังใจในการใช้ชีวิตของชาวไทใหญ่ที่ได้อาศัยอยู่ตามเทือกดอยต่างๆ และวันนี้เราก็ได้เดินทางมายังที่บ้านดอยก่อวันเพื่อร่วมอยู่ในงานวันชาติของชาวไทใหญ่และรัฐฉานหรือที่ได้เรียกตามภาษาไทใหญ่ว่าวันเชื้อชาติจึงไต่สาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ได้มีการแบ่งเขตการปกครองออกเป็น7รัฐกับอีก7เขตโดยประชาที่ได้อาศัยอยู่ในเขตทั้ง7 ส่วนใหญ่จะมีเชื้อสายเมียนมาร์หรือพม่า ขณะที่ประชาชนที่ได้อาศัยอยู่ตามรัฐต่างๆส่วนมากจะเป็นชนกลุ่มน้อย

โดยเรียกชื่อรัฐตามกลุ่มเชื้อชาติของคนส่วนใหญ่ที่ได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ รัฐกะฉิ่น รัฐกระเหรี่ยง รัฐ กะยา รัฐชิน รัฐมอญ รัฐยะไข่ และ รัฐฉาน ในบันดารัฐทั้ง7 รัฐฉานเป็นรัฐที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุด พรมแดนรัฐฉานติดต่อกับประเทศจีน ลาว และ ไทย รวมถึง รัฐกะฉิ่น รัฐ กะยา เขตสะกาย และ เขตมัณฑะเลย์ รัฐฉานยังมีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันมากที่สุดคือมีชนเผ่าอยู่รวมกันมาก80ชาติพันพื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐฉานตั้งอยู่บนเขตที่ราบสูง

และมีเทือกเขาที่สลับซับซ้อนเป็นต้นน้ำลำทานซึ่งหนาแน่นไปด้วยป่าไม้ที่หนาทึบจึงได้ถือเป็นดินแดนแห่งธรรมชาติที่งดงามที่มันยังคงอุดมสมบูรณ์ รัฐฉานยังแบการปกครองย่อยออกไปอีก10หัวเมือง โดยมีตองยีเป็นเมืองหลวงแต่สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปจะเดินทางเข้ามายังรัฐฉานจะรู้จัดเมืองสำคัญอยู่ไม่กี่แห่งนอกจากเมืองหลวงตองยี่ ก็ยังมีเมืองเชียวตุง เมืองลาเมืองพระย่าเมืองท่าขี้เหล็ก  

 

สนับสนุนมาจาก  BK8

ประวัติปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อโต

ประวัติปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่

              หลายคนคงทราบประวัติของ หลวงพ่อโต แห่งวัดบางพลีใหญ่กันมาบ้างแล้วว่า ท่านเป็นพระพุทธรูปที่ลอยตามน้ำมาแล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าวัดบางพลีใหญ่ ชาวบ้านจึงได้พากันอาราธนาองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อโต ขึ้นมาจากน้ำแล้วนำมาประดิษฐานเอาไว้ในโบสถ์ของวัดบางพลีใหญ่นับตั้งแต่นั้น ซึ่งแต่เดิมวัดบางพลีใหญ่แห่งนี้มีชื่อเรียกว่า วัดพลับพลาชัยชนะสงคราม หลังจากที่อัญเชิญท่านมาไว้ที่วัด ท่านก็แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อยู่บ่อยครั้งจนที่เลื่องลือของชาวบ้าน  สำหรับลักษณะของหลวงพ่อโตองค์จริงนั้นจะมีหน้าตักกว้างอยู่ที่ประมาณ 3 ศอก 1คืบ

ซึ่งองค์ท่านเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย เรียกว่าปรางสะดุ้งมาร ซึ่งว่ากันว่าองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อโตนั้นองค์จริงสร้างจากทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์ ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าท่านน่าจะเป็นพระพุทธรูปที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี และถูกนำมาลอยน้ำหนีข้าศึกศัตรูในสมัยกรุงศรีอยุธยา เนื้อจากองค์ท่านเป็นพระพุทธรูปที่มีความใหญ่โต มาก ชาวบ้านจึงรวมใจกันเรียกท่านว่าหลวงพ่อโต นับแต่นั้นเป็นต้นมา  สำหรับเรื่องเล่าขาน ถึงความศักดิ์สิทธ์ของท่านั้นมีหลายเรื่องด้วยกัน ตัวอย่างเช่น 

ว่ากันว่าในวันพระขึ้น 15 ค่ำ ในช่วงตอนดึกหากใครที่ผ่านมาทางพระวิหารเก่าที่ชาวบ้านนำหลวงพ่อโตมาประดิษฐานเอาไว้ มักจะได้ยินเสียงสวดมนต์พึมพำดังอยู่ภายในพระวิหาร และหากลองเข้าไปดูก็จะไม่พบใครอยู่ด้านในนอกจากองค์พระพุทธรูปของหลวงพ่อโตองค์เดียวเท่านั้น และในบางคืนทั้งพระและเณรที่อยู่ในบริเวณวัดก็มักจะเห็นว่าที่หน้าวิหารที่องค์หลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่จะมีพระภิกษุที่มีลักษณะชราภาพมากแล้วนุ่งห่มจีวรสีเก่าเก่ายืนถือไม้เท้าอยู่ที่หน้าวิหารอยู่บ่อยบ่อยซึ่งหลายครั้งที่ชาวบ้านมาดักรอดูต่างก็จะเห็นเหมือนกันและไม่นานพระภิกษุรูปนั้นก็จะเดินหายเข้าไปในพระวิหารของหลวงพ่อโต

ซึ่งหลายครั้งที่ชาวบ้านมักจะเห็นว่ามีชายแก่แต่มีรัศมีอยู่รอบตัวราวกับไม่ใช่คนธรรมดา นุ่งห่มชุดสีชาวทั้งชุด เดินเข้ามาหาหลวงพ่อโตในวิหารและหายไปต่อหน้าต่อตา ตรงพระพักตร์ของหลวงพ่อโต  สำหรับปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อโต ยังคงมีให้เห็นกันอยู่เรื่อยเรื่อย อย่างเช่นในปี พ.ศ. 2520 ได้มีการเล่ากันว่าองค์หลวงพ่อโตได้มีการสร้างปาฏิหาริย์ด้วยการที่องค์จริงของท่านที่เป็นทองสัมฤทธิ์แทนที่จะเป็นทองคำแข็งเหมือนพระพุทธรูปทั่วไป แต่ในวันที่ 12 พฤษภาคม องค์ท่านกับมีความนุ่มนิ่มเหมือนกับผิวของคนจริงจริง ซึ่งปาฏิหาริย์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียว ในปี 2522 ก็เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันอีกครั้ง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนันออนไลน์2020

ประวัตของ โมเช ดายัน

วันนี้เราก็จะมาพูดเรื่องของตะวันออกกลางเราจะพูดถึงเกี่ยวกับประวัติบุคคลท่านหนึ่งที่มีคุโณปการต่อประเทศอิสราเอลเป็นอย่างมากและวันนี้เราก็จะมาเหล่าประวัตที่เกี่ยวกับบุคคลท่านหนึ่ง

บุคคลท่านนี้ได้มีชื่อว่า Moshe Dayan  โมเช ดายัน นั้นคือผู้บันชาเหล่าทัพและนักการเมืองชาวอิสราเอลรู้จักกันดีในฐานะบุรุษ ตาเดียว โมเช ดายัน นั้นเกิดในหมู่บ้านKibbutzไกล้ทะเลสาบGalileeผู้ปกครองของเขาคือShmuel dayan ชมูเอล ดายาน เป็นบิดา และ Devorah dayan  เดวอร่า ดายาน คือมารดา พวกเขาทั้งคู่เป็นผู้อพยพจากชาวยิวจากประเทศยูเครนซึ่งในขณะนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต

Moshe Dayan  โมเช ดายัน เป็นเด็กคนแรกที่ได้เกิดในชุมชนนี้

ซึ่งได้สร้างขึ้นในปี พศ2458หรือคศ1915 ชื่อโมเช ดายัน เป็นชื่อที่บิดาของเขาได้ตั้งชื่อตามเพื่อนสนิดของเขาที่มีชื่อว่า Moashe barsky แต่เสียชีวิตเพราะถูกอาหรับยิงในระหว่างไปซื้อยามารักาตัวเขาที่ดำลังนอนป่วยเมื่ออายุได้14ปีเขาได้ร่วมกับองค์กรHaganahซึ่งเป็นองค์กรที่ผิดกฏหมายที่ชาวยิวเอาไว้ปกป้องนั้นเองเพื่อให้พ้นจากการคุกคามจากกลุ่มอาหรับฮานาก้าฝึกให้ชาวยิวทั้งหลายทั้งหญิงและชายใช้อาวุธป้องกันตัวเองและเตรียมพร้อมในการสู้รบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตและในขณะเดียวกันอังกฤษก็ได้ตั้งกองปราบปรามอาหรับที่ทำร้ายร่างกายและทำลายข้าวของของชาวยิว

ซึ่งกองกำลังสำคัญแห่งหนึ่งก็มีชื่อว่ากองพันลาดตระเวนกลางคืนที่มีร้อยเอกOrde Charles Wingate เป็นผู้บันชาการกองขณะที่  พลโท โมเช ดายัน มีความสามารถทางการทหารและเป็นที่ยอมรับได้นั้นก็เพราะว่าได้ฝึกผนมาจากกองพันลลาดตะแวนแห่งนี้เมื่อปี พศ2480 หรือ คศ1973 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่2 โมเช ดายัน ถูกทหารอังกฤษนั้นจับกุมได้ในปี พศ2482 ในข้อหามีอาวุธไว้ในครอบครองซี่งในขณะนั้นประเทศอังกฤษได้ออกสมุดปกขาวเพื่อจักจำนวนชาวยิวที่จะอพยพมายังดินแดนปาเลสไตน์ในอีก5ปีข้างหน้าและหลังจากนั้นจะระงับไม่ให้ชาวยิวอพยพมาที่นี่อีกและได้จำกัดจำนวนที่ดินที่ชาวยิวนั้น

ได้มีสิทธิ์ซื้อเอาไว้ในครอบครองไว้อีกด้วยสมุดปกขาวของอังกฤษได้ขัดกับกฏหมายเดิมและข้อตกลงสันนิบาตชาติอาก้าน่าซึ่งเป็นองค์กรที่ผิดกฏหมายกลุ่มปฏิบัติการใต้ดินต่อต้านสมุดปกขาวเขาจึงได้เข้ารวมและได้พกพาอาวุธปืนดังนั้นจึงได้ถูกทหารอังกฤษนั้นจับกุมได้ในช่วงที่ โมเช ดายัน นั้นติดคุกจำนวนเวลา3ปีเขาจึงถือโอกาสศึกษาภาษาอังกฤษอย่างจริงจังดังนั้นเมื่อได้พ้นโทษเขาจึงได้พูดอ่านเขียนภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีแลไดรับตำแหน่ต่างๆจำนวนมากอทิเช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในเวลาต่อมา

 

สนับสนุนโดย  9luck

ประวัติศาสตร์การโจมตีของนาซี

ยุทธการตอกลิ่ม ประวัติศาสตร์การโจมตีของนาซี

ในการยกพลขึ้นบกจากฝังสัมพันธมิตรตลอดแนวชายฝังของประเทศฝรั่งเศษกองทัพของเยรมันก็ต้องเป็นฝ่ายที่จะต้องถอยออกไปตั้งหลักที่บริเวณชายแดนของประเทศตัวเองถึงแม้ว่าจะเหลือความหวังแค่เพียงน้อยนิดของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ผู้นำนาซีในช่วงนั้นไม่ยอมแพ้ง่ายๆเพราะเขายังมีความเชื่ออยู่เสมอว่าชาวนาซียังไม่แพ้จากความเหนื่อยล้าของทหารที่ถึงขีดสุดแล้วที่ถอยออกมาจากนอร์ม็องดีที่ชายแดนของเยรมันหลังจากนั้นไม่นานกองทัพเยรมันก็ได้คิดแผนการใหญ่คือยุทธการตอกลิ่มมันคือการรวบรวมกำลังพลเป็นครั้งสุดท้ายที่ตัวเองนั้นไปตบเขาส่วนสถานที่ที่ไปตบเขาบริเวณป่าอาร์เดนประเทศเบลเยียม

ซึ่งการสู้รบในครั้งนี้จะเป็นการสู้กันอย่างยาวนานอย่างดุดเดือดนิดหน่อยที่เป็นเหตุทำให้ทหารเสียชีวิตมาที่สุดในสงครามโดยความอ่อนล้าของทหารและคำสั่งที่บ้าคลั่งของผู้นำนาซีอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ก็ได้ออกคำสั่งนำกำลังทหารกับรถถังจำนวนหนึ่งให้ไปโจมตีกองกำลังของฝ่ายพันธมิตรที่กำลังเดินทางมาที่ชายแดนตลอดทางทิศเหนือจนลากยาวไปจนถึงทิศใต้เรียงกันเป็นหน้ากระดานแบบนี้เข้าไปที่บริเวณของป่าอาร์เดนเพื่อที่จะเข้าไปยึดท่าเรือขอประเทศประเทศเบลเยียม

ซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำกำลังไปโจมตียโรปของเยรมันนีและถ้าหากมันตกไปอยู่การควบคุมของฝ่ายสำพันธมิตรแล้วก็ก็อาจจะทำให้จบสงครามได้อย่างง่ายๆ จากนั้นฝ่ายนาซีก็ได้แบ่งทหารออกไปแบ่งฝ่ายออกเป็น3ทิศทางทิศเหนือใช้รถถัง พั้นเซอร์ที่6ตรงกลางใช้พั้นเซอร์ที่5ส่วนทิศใต้ใช้กองทัพที่7ซึ่งรวมๆแล้วมีทหารจำนวนประมาณ4แสนคนมีรถถังประมาณ1,200และอื่นๆอีก1,200คันและนี่อากจะเป็นการเทหมดหน้าตักของเยรมันเลยก็ว่าได้

แต่ถ้าเป็นประเทศไทยก็ทุบหม้อข้าวส่วนกับตั้งรับของฝ่ายสำพันธมิตรก็ได้แบ่งเป็นทหาร20,0000รถถังเบา1,000และอื่นๆอีกประมาณ1,900ก่อนที่จะไปรับการหนุนหลังจากกองทัพอากาศไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินขับไล่เครื่องบินทิ้งระเบิดการเปิดฉากยิงกับครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นที่ป่าอาร์เดนทหารสหรัฐที่ประจำการอยู่นั้นแทบจะไม่สามารถที่จะตั้งรับอะไรได้เลย

เพราะว่าทหารที่ได้ถูกมาส่งลงที่เมืองนี้ลวนแล้วแต่เป็นทหารหน้าใหม่ที่ไม่ค่อยจะมีประสบการณ์ก่อนที่จะโดนทหารเยรมันนั้นยิงตายไปหมดมันก็เลยทำให้ฝ่ายสำพันธมิตรจะต้องถอยออกไปแบบไม่เป็นขบวนถึงแม้ว่าฝ่ายสำพันธมิตรจะมีกองทพทางอากาศที่เหนือชั้นกว่าเยรมันแต่เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงนั้นมันเป็นหน้าหนาว

 

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่ entaplay  ให้นำมาเสนอ