Blog

ตำนานเจ้าหญิงซินเดอเรลล่า

เรื่องเล่ามีอยู่   มีครอบครัวครอบครัวหนึ่งได้อาศัยอยู่ด้วยกันคุณพ่อเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีของเมืองแห่งนั้นและคุณแม่ก็เป็นเศรษฐีเช่นเดียวกันทั้งสองได้แต่งงานกันและมีลูกชื่อว่าซินเดอเรลล่า วันหนึ่งที่แม่ของซินเดอเรลล่าได้ล้มป่วยลงซึ่งก็ไม่มีหมอคนไหนในเมืองแห่งนั้นที่จะสามารถรักษาเธอให้หายได้เลยและสุดท้ายแม่ของซินเดอเรลล่าก็ได้เสียชีวิตลงหลังจากนั้นพ่อของซินเดอเรลล่าก็แต่งงานใหม่กับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีฐานะร่ำรวยเช่นกันและมีลูกสาว 2 คน

ที่เป็นลูกติดมาด้วยในตอนแรกนั้นทุกคนในบ้านดูเหมือนจะมีความสุขดีแต่มีอยู่วันหนึ่งที่พ่อของเธอล่องเรือเพื่อขายสินค้าให้กับคนที่ต่างประเทศวันนั้นมีพายุฝนตกหนักทำให้เรือล่มและพ่อของเธอก็ได้เสียชีวิตลงของมีค่าทั้งหมดจมไปพร้อมกับเรือทำให้สมบัติของก็หายไปแต่สมบัติของแม่เลี้ยงยังมีอยู่ทำให้ครอบครัวยังสามารถที่จะมีความร่ำรวยต่อไป

ได้แต่หลังจากที่พ่อของเธอได้เสียชีวิตลงไปแม่เลี้ยงของเธอก็เริ่มใช้เธอจนเธอเป็นสาวใช้ซึ่งมีอยู่วันหนึ่งที่มหาดเล็กของราชาได้ส่งจดหมายให้คนทั่วทั้งอนาจักรว่าองค์ชายต้องการที่จะแต่งงานหลังจากนั้นเมื่อซินเดอเรลล่าได้รับจดหมายเธอจึงรีบไปหาแม่เลี้ยงทันทีและขอให้แม่เลี้ยงอนุญาตให้เธอไป

ซึ่งได้เลี้ยงขออนุญาตและบอกว่าเธอจะต้องทำงานให้เสร็จก่อนซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ทำงานจนไม่มีเวลาที่จะเตรียมชุดเลยเธอจะไม่สามารถที่จะไปกันได้สุดท้ายแม่เลี้ยงและลูกสาวทั้งสองก็พากันไปงานเลี้ยงกันจนหมดเธอเสียใจมากและวิ่งไปลองให้ตรงสวนหลังบ้านหลังจากนั้นเธอจึงเห็นว่ามีนางฟ้าแม่ทูนหัวคนหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นมาท่ามกลางความโศกเศร้า

และความมืดมิดเธอปรับซินเดอเรลล่าและเสกให้ฟักทองกลายเป็นรถม้าซินเดอเรลล่ามีชุดสวยๆและรองเท้าแก้วและเสกให้มีคนขับรถม้าและเสกให้มีม้า หลังจากนั้นจึงได้บอกว่าทุกอย่างจะหมดฤทธิ์ตอนเที่ยงคืนซินเดอเรลล่ารีบขึ้นรถมารีบไปที่พระราชวังทันทีเธอเต้นรำกับเจ้าชายทั้งคืนจนนาฬิกาตีบอกตอนเที่ยงคืนและเธอจึงรีบกลับไป

แต่ไม่ทันที่เธอจะวิ่งไปถึงรถมารองเท้าแก้วของเธอหลุดไปข้างนึงและทุกอย่างก็กลับเป็นเหมือนเดิมถ้าไม่มีเวลาที่จะหันกลับไปเก็บรองเท้าแก้วจึงรีบวิ่งกลับบ้านไปทางลัดเพื่อที่จะได้ไม่มีใครเห็นเธอเราชายตามหาเธอไปทั่วทุกที่ตามหาเจ้าของรองเท้าแก้วที่ตกไว้และสุดท้ายก็ไปถึงบ้านของซินเดอเรลล่าเจ้าชายให้พี่สาวทั้งสองของซินเดอเรลล่ารองเท้าแก้วทั้งหมด

แต่ก็ไม่มีใครใส่ได้จนสุดท้ายจึงให้ซินเดอเรลล่าใส่และพบว่าซินเดอเรลล่าใส่รองเท้าแก้วได้พอดีหลังจากนั้นเจ้าชายจึงขอซินเดอเรลล่าแต่งงานก็ตอบตกลงทั้งสองแต่งงานกันและมีชีวิตที่สุขสบายตลอดไป

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าbk8

หลุมที่มีขนาดใหญ่และมีความลึกมาที่สุดในโลก

หลุมยุบขนาดยักษ์ที่กัวเตมาลา

เนื่องจากรูปภาพเหล่านี้มันได้เป็นรูปภาพของหลุมที่มันมีขนาดใหญ่อยู่ที่ประเทศกัวเตมาลาที่อยู่ทางด้านเขตของอเมริกากลาง ซึ่งมันได้เกิดขึ้นเมื่อเจอกับพายุโซนร้อนที่มีการพัดเข้ามาในเดือน พฤษภาคม ในปีประมาณ2010 นอกจากนี้ก็ยังได้มีการสันนิษฐานขึ้นมาว่ามันอาจจะเกิดมาจากด้านของพายุดังกล่าว จึงได้ทำให้มันนั้นได้เกิดเป็นหลุมและยังได้ทำให้น้ำได้เข้าไปกัดเซาะที่ใต้ล่างจึงมีรูเล็กน้อยมากมายจึงทำให้มันรับน้ำหนักไม่ไหว และก็ทำให้บริเวณดินดังกล่าวได้ยุบตัวลงได้กันอย่างที่คุณผู้ชมเห็นนี่แหละ

เนื่องจากหลุมดังกล่าวนี้มันได้มีขนาดใหญ่มาก ซึ่งมันได้เป็นหลุมกว้างเป็นวงกลมที่มีขนาดความกว้างประมาณ60เมตร และสำหรับความลึกนั้นคุณลองนึกเอาคร่าวๆก็แล้วกันว่ามันจะมีระดับความลึกอยู่ที่ปริมาณเท่าไร นอกจากนี้ยังสร้างความตะลึ่งตกใจให้ทำประชากรไปทั่วบ้านครัวเรือน แต่ถึงอย่างไรก็ตามที่เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใดแม้แต่คนเดียว

หลุมที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลก

สำหรับบริเวณของสถานที่แห่งนี้นั้นมันได้เป็นเมืองของมอร์นี่ ซึ่งมันได้เป็นเหมือนที่มีเพชรแบบเปิด ซึ่งจะมีการขุดค้นพบมาตั้งแต่ในปี1955จากนั้นก็ได้มีการเปิดให้ได้ทำการจริงๆโดยโจเซฟ สตาลิน ในปีประมาณ1957 นอกจากที่เหมือนแห่งนี้นั้นที่มันได้อยู่ในสถานที่ที่มันได้มีความเย็นจัด อีกทั้งในการที่ได้สร้างเหมือนขึ้นมาในสมัยแรกๆนั้นมันเป็นอะไรที่ทำโดยมีความยากลำบากมาก เนื่องจากในของพื้นที่นั้นที่ได้มีการพบเหมือนแห่งนี้ แท้ที่จริงแล้วมันจะถูกปกคลุมไปด้วยเพอมาฟอร์ที่มันจะลลายเป็นโคนในช่วงหน้าร้อน  เนื่องจากนี้แล้วในพื้นที่แห่งนี้

มันยังได้มีอุณหภูมิที่มีความหนาวมากที่สุดเลยทีเดียว นอกจากนี้ในความพยายามของสถานภาพของโซเวียตในยุคนั้นและท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็จึงสามารถที่จะได้เปิดทำการได้อย่างสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยทั้งนี้ก็ยังต้องเอ่ยในความพยายามของเหล่าโซเวียตนั้นก็ยังได้รับสิ่งที่ตอบแทนกลับมาอย่างใหญ่หลวงเช่นเดียวกัน

เพราะเนื่องจากสถานที่เหมือนแห่งนี้นั้นมันสามารถที่จะผลิตเพชรได้ปีๆหนึ่งได้ประมาณ10ล้านกะรัตเลยทีเดียว ซึ่งทั้งนี้ก็ยังสามารถที่จะช่วยเหลือโซเวียตที่ตกอยู่ในสงครามเย็นได้มากที่สุด แต่สิ่งที่ต้องตกตะลึ่งก็คือ ขนาดหลุมที่มีขนาดใหญ่ขนาดนี้ เนื่องจากได้มีคนพูดกันมาว่าหลุมแห่งนี้มันยังได้เป็นหลุมที่มันมีขนาดที่ใหญ่มากที่สุดในโลกอีกด้วยและขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางนั้นอยู่ที่ประมาณ1.2กิโลเมตรและได้มีความลึกอยู่ที่25เมตร

สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตำนานและประวัติศาสตร์

สำหรับความเชื่อและศรัทธาของนักท่องเที่ยวที่มีต่อสถานที่นั่นๆที่ได้ฟังได้ยินและอยากไปสักครั้งวันนี้เราจะพาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตำนานความเชื่อเล่าคานกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกับตำนานและความเชื่อและสถานที่ท่องเที่ยวในไทย

เขาวงพระจันทร์ จังหวัดลพบุรี

เขาวงพระจันทร์นั้นได้ชื่อว่าได้เป็นเขาวงที่ได้มีความสูงที่สุดของจังหวัดลพบุรีโดยจังสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ650เมตรอีกทั้งยังได้เป็นชื่อเสียงที่ทำให้คนนั้นได้รู้จักกับลพบุรีบริเวณเชิงเขานั้นได้เป็นที่ตั้งของวัดเขาวงพระจันทร์ได้มีบันไดที่ได้ให้ขึ้นไปสู่ที่ยอดเขาประมาณ3,790ขั้นและยังได้มีความยาวประมาณ6,180เมตรและยังได้มีบันไดที่สามารถให้ขึ้นต่อไปได้อีกประมาณ180ขั้นและเมื่อได้ขึ้นไปถึงสุดยอดของเขาวงพระจันทร์แล้วก็จะมองลงมากเห็นทิวทัศน์ที่ได้อยู่ด้านล่างได้ไกลอย่างสุดสายตา

โดยเรีกได้ว่าเขาหนุมานวัดใจนั่นก็เพราะว่าจากบันไดที่ได้มีความสูงอยู่ประมาณหลายร้อยขั้นและกว่าจะขึ้นไปถึงบนยอดนั้นก็จะต้องใช้เวลานานจนได้มีความเชื่อและได้บอกเล่าต่อๆกันมาว่าคนที่เรารักนั้นพร้อมที่จะเคียงข้ามกันเสมอไม่ว่าจะผ่ามความยากลำบากแค่ไหนเขาจะอยู่ตรงนั้นกับเราอย่างแน่นอนและเป็นรักแท้แน่นอน

สะพานอับฏางค์ เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

สำหรับที่ตัวสะพานอับฏางค์นั้นจะมีสีขาวสวยมองดูคลาสสิคยื่นออกจากสู่ในทะเลเพื่อให้ได้ชมวิวอย่างสวยๆอยู่ในบริเวณพระราชวังศ์ถือได้ว่าได้เป็นอีกหนึ่งของสัญลักษณ์ของเกาะสีชัง ซึ่งในสถานที่แห่งนี้ก็ได้มีเรื่องราวที่ได้มีการเล่าคานแห่งรักว่ากันว่าในที่แห่งนี้อบอวลไปด้วยของพลังแห่งรักว่ากันว่าสำหรับใครที่อยากจะเติมความหวานให้กับชีวิตในยามเช้าให้ชวนกันมาเติมพลังแห่งรักกับแสงแรกของวันใหม่ ณ ที่ปลายสะพานรักในที่แห่งนี้ที่รักได้เป็นความเชื่ออีกอย่างหนึ่งว่าจะทำให้คู่รักนั้นได้เป็นคู่ที่รักแท้ของกันและกันอีกด้วย

เขาหงอนนาค จังหวัดกระบี่

สำหรัลเขาในสถานที่แห่งนี้ได้เป็นเขาของเส้นทางในการศึกษาทางธรรมชาติและในการผจญภัยภายในป่าที่ได้มีความสมบูรณ์และด้านหลากหลายในทางชีวภาพตลอดเส้นทางที่ได้เดินขึ้นไปเพื่อไปสู่จุดชมวิวที่อยู่บนเขาที่ได้มีระยะทางประมาณ3.7กม.นั้นก็จะมีฐานต่างๆที่ได้ให้ความรู้ที่เกี่ยวกับธรรมชาติในผืนป่ารวมทั้งหมดนั้นประมาณ13ฐานนอกจากนี้ยังมีน้ำที่ได้ผุดขึ้นมาจากดินอยู่บนยอดเขาที่ไม่มีวันแห้งตามความเชื่อของชาวบ้านเรียกว่าบ่อน้ำตาศักดิ์สิทธิ์เพราะสถานที่แห่งนี้ได้เป็นจุดจบของเรื่องราวความรักของพญานาคที่จะต้องหลั่งน้ำตาออกมาเกิดเป็นบ่อน้ำเล็กๆและใสตลอดทั้งปีโดยเชื่อว่าถ้าได้อธิษฐานและเอาน้ำนั้นมาลูบหน้าจะสมปรารถนาและเป็นสิริมงคล

ตำนานดอกโบตั๋น

มีฮองเฮาหรือก็คือภรรยาขององค์ราชาที่มีชื่อว่าบูเช็กเทียนเธอเป็นคนที่ชอบออกมาดูดอกไม้ที่สวนของวังเพราะเธอเป็นคนที่รักดอกไม้เป็นชิวิตจิตใจและมีอยู่วันนึงที่เธอต้องการที่จะให้ดอกไม้จากทั่วประเทศ

มาปลูกอยู่ในสวนของเธอเธอจึงสั่งให้ทหารไปนำดอกไม้ต่างๆมาและนำมาปลูกในส่วนของพระราชวังแต่ดอกไม้ที่เธอรักและคอยดูแลเอาใจใส่มากที่สุดจะเป็นดอกโบตั๋นดอกที่อยู่ที่บ้านเกิดของเธอ

ถึงแม้ว่าภรรยาขององค์ราชาองค์ราชินีนั้นจะเป็นคนที่มีหน้าตาสะสวยแต่เอาจริงๆนิสัยของนางไม่ได้เป็นหัวหน้าตาของนางเลยเพราะนางเรียกให้ทหาร 3 คนมาหาและมอบหน้าที่ให้ดูแลสวนของนางนางยังกล่าวอีกว่าถ้าใครดูแลส่วนของนางไม่ดีและถ้าเกิดว่าดอกไม้ของนางเหี่ยวแม้แต่ดอกเดียว

นางก็จะประหารทหารทั้ง 3 คนทันทีเหล่าทหารกลัวที่จะถูกประหารจึงได้มาทำงานที่สวนตั้งแต่เช้าตรู่และดูแลมันทุกวัน ไม่ขาดสาย มีอยู่วันหนึ่งในช่วงฤดูหนาวหิมะตกหนักสั่งดอกไม้ขององค์ราชินีถูกปกคลุมไปด้วยหิมะที่หนาหลังจากนั้นองค์ราชินีจึงได้เลือกทหาร 1 นายเข้ามาในห้องและบอกว่าพรุ่งนี้เธอต้องการที่จะออกไปดูดอกไม้เพื่อที่เธอจะได้เห็นสัญญาณของฤดูใบไม้ผลิ

ทหารคนนั้นตอบรับพะยะค่ะและจึงเดินออกไปหันหลังด้วยหน้าที่เศร้าสร้อยเพราะเขาจะทำยังไงเพื่อให้ดอกไม้กลับมาบ้านในช่วงค่ำคืนทั้งๆที่หิมะตกหนักกำลังจะปิดดอกไม้ทั้งหมดไว้นอกจากนั้นถ้าเกิดว่าดอกไม้เหี่ยวและตายไปแล้วล่ะรัชนีก็จะประหารเขาชั่วโคตร ด้วยความที่หมดคนทางเข้าจนตะโกนดังๆขอร้องให้เหล่านางฟ้าแห่งดอกไม้หรือนางฟ้าเทวดาต่างๆช่วยให้ดอกไม้บานทันก่อนที่จะถึงวันต่อมาหลังจากนั้นทหารทั้ง 3 คนเอาปุ๋ยใส่ต้นไม้

และรีบกลับเข้าวังไปเอาแต่หวังที่จะพึ่งนางฟ้าหรือเทวดาต่างๆและในคืนนั้นเหล่านางฟ้าแห่งดอกไม้ก็มาเกิดจริงๆและเสกให้ดอกไม้นั้นกลับมาบ้านสภาพสวยเหมือนเก่าราวว่าหิมะไม่ได้ตกลงไปเลย แต่เมื่อหันไปหาดอกโบตั๋นนางฟ้าแห่งดอกโบตั๋นจึงได้พูดกับนางฟ้าต้นอื่นว่าในเมื่อยังไม่ถึงฤดูใบไม้ผลิหน้าก็จะยังไม่บานดังนั้นดอกโบตั๋นจึงไม่บานและมีเพียงแค่ใบไม้ในพุ่มนั้นเมื่อองค์ราชินีเสด็จมาเธอดีใจมากที่เห็นว่าดอกไม้สวนบาน

แต่เมื่อมองวิธีดอกโบตั๋นเธอก็อารมณ์เสียทันทีเนื่องจากว่าดอกโบตั๋นไม่บานเธอทำกับทหารทั้ง 3 นายจริงๆว่าทำไมดอกโบตั๋นถึงไม่บานแต่ถ้าหากทั้ง 3 ตอบว่าพวกเขาใส่ปุ๋ยเต็มที่แล้วแต่ดอกไม้ก็ไม่บานอย่างนั้นองค์ราชินีด้วยความโมโหจึงสั่งให้ทหารนำกองไฟมาเผาดอกโบตั๋นเพื่อที่จะได้รอดูว่าในเมื่อกำลังจะโดนเผาแล้วยังจะกล้าที่จะไม่บานอีกไหม

ซึ่งหลังจากนั้นเทพแห่งดอกโบตั๋นทนไม่ไหวสุดท้ายจึงยอมให้องค์ราชินีองค์ราชินีพอใจแต่ก็ยังสั่งให้ดอกโบตั๋นไปอยู่ตรงจุดที่ไม่ใช่ถิ่นของมันเพื่อที่มันจะได้รอวันตาย แต่แทนที่มันจะตายดอกโบตั๋นกลับออกดอกบานสวยงามมากกว่าตอนอยู่กับองค์ราชีนี

ประเทศที่มีระบบการปกครองที่แปลก

เมืองคาร์ทูม ประเทศซูดาน

ได้เป้นเมืองที่ใหญ่อันดับสองของประเทศซูดานและยังมีพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อกลุ่มไอซิสถึงแม้ว่าประเทศซูดานจะมีน้ำมัยดิบที่มีการส่งออกการค้าที่สำคัญแต่เนื่องจากสถานะการความไม่สงบภายในประเทศด้านสภาพภูมิอากาศที่หลากหลายและด้านราคาการผลิตทางการเกษตรได้มีการต่ำตกจึงได้ทำให้ด้านประชากรส่วนใหญ่ยังคงจะมีฐานะที่ยากจน

ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขานั้นได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมประเทศซูดานนั้นยังคงเป็นประเทศที่ยากจนอยู่ถึงแม้ว่าจะมีแหล่งน้ำมันเป็นจำนวนมากด้านของความยากจนนั้นได้เกิดมากจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาลซูดานเองก็เป็นเหมือนกับประเทศกามาหลายๆข้อก็คือกำลังฟื้นฟูจากประเทศจากความไม่สงบอยู่ ซึ่งนั่นมันก็คงจะต้องใช้เวลานานพอสมควร เนื่องจากทรัพยากรที่จำเป็นและยังมีอุปสรรคคือกลุ่มของผู้ที่ไม่หัวดีที่ยังคอยป่วนประเทศอยู่เรื่อยๆ

เมืองปอร์โตแปรงซ์ ประเทศเฮติ

ประเทศเฮตินั้นถือได้ว่าเต็มไปด้วยเมืองที่ไม่ปลอดภัยแม้ว่าผู้คนแถวนั้นเองยังจะต้องหวาดระแวงส่วนนักเดินทางก็ไม่ปลอดภัยไปยิ่งกว่าเพราะจะตกเป็นเป้าสายตาได้ง่ายมีคนติดยามีการข่มขืนและจี้ปล้นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ธรรมดาของที่นี่มีข่าวการแย่งชิงปล้นอาหารและน้ำอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะในเขตระแวกเมืองหลวงบางครั้งขโมยบางคนก็ถูกจับได้ก็จะโดนประชาทันและย่างสด

นอกจากนี้ สิ่งที่น่ากังวนก็คืออันตราการใช้ความรุนแรงของอำนาจศาลเตี้ยกก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องผู้คนที่นั่นใช้ชีวิตที่ยากลำบากมากยังขาดแคลนอาหารและสิ่งที่จำเป็นถึงแม้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือจากนานาประเทศแต่สำหรับสิ่งต่างๆที่จำเป็นมันก็ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนคนที่มากมายเหล่านี้

เมืองซานา ประเทศเยเมน

สำหรับเมืองหลวงขนาดใหญ่ในประเทศเยเมนแห่งนี้ก็ได้รับความเสียหายจากความขัดแย้งจากอิหร่านและซาอุดิอาระเบียประชาชนได้ขาดสารอาหารอย่างหนักและยังมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทั้งในตอนนี้โรคขาดสารอาหารไม่ใช่แต่เพียงคนยากจนเท่านั้นที่จะพาเด็กมาหาหมอแต่จะมีเด็กที่ขาดสารอาหารอย่างรุนแรงในครอบครัวชนชั้นกลางด้วยประเทศเยเมนนั้นได้เคยนำเข้าอาหารส่วนใหญ่ผ่านทางเรือและการโจมตีทางอากาสของซาอุดิอาระเบียจึงได้ทำให้เรือนั้นได้ถูกทำร้ายและประเทศเยเมนก็ไม่สามารถที่จะนำเข้าอาหารได้ไม่เพียง

แต่จะขาดแคลนอาหารเท่านั้นประเทศเยเมนยังต้องเผชิญหน้ากับการขาดแคลนไฟฟ้าด้วย ซึ่งหมายความว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลก็จะใช้การไม่ได้ไปด้วยรวมไปถึงเครื่องช่วยหายใจเหตุการณ์เช่นนี้เราจะพบในประเทศเยเมนอยู่บ่อยครั้งความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้จำเป็นต้องได้รับการช่วยทางมนุษยธรรมมากกว่า20.7ล้านคนและทำให้ประเทศเกิดภาวะฉุกเฉินทางด้านความมั่นคงทางอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เฮนรี ฮัดสันผู้ที่เดินเรือไปพบกับนางเงือก

หมอผีแห่งฮากาตะ

ประเทศญี่ปุ่นได้มีสำพันที่ยาวนานกับนางเงือกแม้ว่าในตำนานของนางเงือกในญี่ปุ่นจะมีลักษณะที่คล้ายปลาดังที่เราคุ้นเคยมากกว่านางเงือกในยุโรป ซึ่งนางเงือกในญี่ปุ่นมักจะมีฟันที่แหลมคมมีเขาบ้างในบางครั้งและว่ากันว่านางเงือกในญี่ปุ่นนั้นมีพลังเวทมนต์ด้วยในปี1222มีการกล่าวขึ้นนางเงือกว่ามีคนเห็นนางเงือกว่ายน้ำอยู่ที่อ่างฮากาตะ

หมอผีในท้องที่ดังกล่าวได้ประกาศว่านางเงือกเป็นรางดีและมีการนำซากศพของนางเงือกเอาไปฝังเอาไว้ที่วัดวงค์แห่งเทพเจ้ามังกรเป็นเวลาหลายปีที่มีผู้มาเยียบชมวัดมักจะได้รับน้ำดื่มซึ่งเชื่อว่าได้มาจากกระดูกนางเงือกที่เปียกโชคผู้คนเชื่อว่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวจะช่วยป้องกันโรคต่างๆนาๆ ซึ่งกระดูกนางเงือก6ชิ้นยังคงอยู่ในพระวิหารและถูกขัดถูจนมันวาวผู้ที่เข้ามาเยียบชมหลายคนก็ยังจะเดินทางไปยังที่หลุมฝั่งศพของนางเงือก

ซึ่งมันอาจจะอธิบายได้หรือไม่ว่าทำไมผู้ที่อยู่ประจำวัดถึงไม่ตัดสินใจที่จะทดสอบตรวจดีเอ็นอกับกระดูกนางเงือกแต่อย่างไรก็ตามนักศึกษาบางคนที่ได้ศึกษาของกระดูกนางเงือกได้เชื่อว่ากระดูกดังกล่าวนั้นมันอาจจะมาจากมากกว่าสัตว์1ตัวแต่มันไม่ได้มาจากสัตว์น้ำที่เรารุ้จัก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าในความเป็นจริงแล้วกระดูกของนางเงือกนั้นอาจเป็นกระดูกของวัวที่ล้มตายและเหลือเศษซากเอาไว้ตามธรรมชาติ

เฮนรี ฮัดสัน

เฮนรี ฮัดสันเป็นนักสำรวจในชาวอังกฤษในช่วงต้นศตวรรษที่17เขาเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีจากการสำรวจของเขาในอเมริกาเหนือและสำหรับอ่างช่องแคบรวมถึงแม่น้ำที่ถูกตั้งชื่อให้เป็นเกียรติให้แก่เขาโดยเขาได้ไปสำรวจถึง4ครั้งเพื่อหาเส้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปยังทิศตะวันออกเมื่อเขาเดินทางผ่านอาร์ทติส

ซึ่งเป็นพื้นที่โดยบริเวณขั่วโลกเหนือเรือของเขาได้ถูกบล็อคอยู่ในน้ำแข็งในระหว่างเดินทาง ซึ่งในการเดินทางในครั้งที่สองเขาก็ได้เปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือและแล่นเรือไปทางตะวันออกเฉียงเหนือไปยังภูมิภาคของรัสเซียกลุ่มของมหาสมุทรอาร์ทติสที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศรัสเซียแต่นี่ก็ได้เป็นอีกครั้งที่เส้นทางเดินเรือของเขาไปถูกบล็อคด้วยน้ำแข็

งและเขาก็ต้องถูกให้บังคับให้ล่าถอยไปซึ่งในขณะที่เรือของเขาอยู่ในน้ำรัศเซียนั้นในที่สุดเขาก็ได้เผชิญหน้ากับนางเงือกเฮนรี ฮัดสันได้เล่าถึงนางเงือกของตนว่าครึ่งบนของนางเงือกจะมีรูปร่างขณะผู้หญิงที่โตเต็มวัยมีผิวที่ขาวและผมยาวสีดำส่วนครึ่งล่างของนางเงือกนั้นก็เป็นรูปร่างคล้ายกับปลาโลมา

 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆมาจากเว็บ  bk8

ตำนานอาถรรพ์เมืองต้องคำสาป

ตำนานคำสาปเมืองลำปางจากแรงอธิษฐานของนางสุชาดาตำนานเมืองต้องคำสาปอันเกิดมาจากแรงสาปแช่งได้มีมาอย่างช้านานอยู่หลายเมืองด้วยกันหากว่าคำสาปแช่งนั้นได้อนุภาพก็จะทำให้เมืองนั้นได้เป็นไปตามคำสาปแช่ง เช่น ไม่เจริญรุ่งเรือง บางตำนานก็สาปแช่งจนชั่วลูกชั่วหลานก็มีบ้างบางตำนานก็จะมีผู้ที่ได้สาปแช่งเอาไว้แล้วแต่ก็มีวิธีการสอนถอนคำสาปแช่งเอาไว้ด้วยว่าจะต้องทำอย่างไร้ 

เรื่องราวคำสาปพันปีจากแรงอธิษฐานอันแรงกล้าของนางสุชาดา

ผู้ที่บริสุทธิ์ถูกใส่ร้ายกลายมาเป็นตำนานที่ได้เล่าคานกันมาอย่างไม่รู้จบเพราะได้มีหลักฐานอ้างอิงในทางประวัติศาสตร์จึงเชื่อว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่ถูกแต่งกันขึ้นมาแต่เป็นเรื่องราวที่มีเค้าโครงของความจริงโดยเรื่องราวนั้นได้มีที่มาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คือพระแก้วดอนเต้า ซึ่งในปัจจุบันได้ประดิษฐานอยู่วัดพระธาตุลําปางหลวง ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ตำนานคำสาปของนางสุชาดานั้นมีอยู่ว่าครั้งหนึ่งพระมหาเถระเจ้าต้องการไม้แก่นจันทน์เพื่อนำมาแกะสลัดเป็นพระพุทธรูป

แต่ก็ไม่สามารถหาได้พญานาคได้ทราบเรื่องราวดังกล่าวจึงได้เกิดความศรัทธาได้ใช้อิทริดเสกแก้งมรตกเอาไว้ในผลแตงโมที่อยู่ในสวนหลังบ้านของนางสุชาดาหญิงสาวผู้ที่มีความเลียมใสในพระพุทธศาสนานางชอบเข้าวัดทำบุญโดยนำแตงโมนั้นไปถวายพระสงฆ์อยู่เป็นประจำต่อมานางได้ผ่าแตงโมผลหนึ่งที่ได้เก็บมาจากสวนก็ปรากฏพบแก้วมรตกหรือหินหยกในผลของแต่โมด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนานางเลยได้เอาหินหยกนั้นนำเอาไปถวายให้แก่พระมหาเถระเจ้าท่านจึงปรารถนา

แกะหินหยกนี้ให้เป็นพระพทธรูปแต่แกะเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จพระอินทร์ซึ่งเป็นประมุขในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ได้ทราบเรื่องจึงจับแรงกายเป็นมนุษย์เพื่อขันอาสาของแกะสลักหินหยกให้เป็นองค์พระทางพระมหาเถระเจ้าก็ไม่ได้ขัดข้องแต่ประการใดพระอินทร์ในร่างมนุษย์ได้ใช้อิทริดเนรมิตให้หินหยกกลายเป็นพระพุทธรูปเป็นอันสวยงามอย่างรวดเร็วใมนเวลาต่อมาเรื่องนี้ได้ทราบถึงเจ้าผู้ที่ปกครองเมืองลำปางในสมัยนั้นพระองค์ทรงกริ้วมากที่นางสุชาดานำหินหยกไปถวายแด่พระสงฆ์

แทนที่จะนำมาถวายตนที่มีตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองจึงได้หาทางกลั่นแกล้งนางสุชาดาว่านาวสุชาดาได้เสพเมถุนกับพระมหาเถระด้วยเหตุอันร้ายแรงเช่นนี้ทำให้นางสุชาดาต้องโทษประหารชีวิตรวมถึงพระมหาเถระเจ้าที่ถูกผู้ครองนครลำปางสั่งประหารด้วยเช่นกันก่อนที่นางสุชาดาได้ถูกประหารนางได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าหากนางบริสุทธิ์ก็ขออย่าให้เลือดตกลงบนพื้นดิน

แต่ขอให้เลือดพุ่งสู่อากาศคำอธิษฐานของนางสุชาดาเป็นไปเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองและเพื่อต้องการให้พระมหาเถระเจ้าพ้นจากความผิดขณะเดียวกันนางสุชาดาก็ได้สาปแช่งให้กรรมตามทันเจ้าเมืองลำปางในสมัยนั้น

ความนิยมของสาวๆในแต่ละประเทศ

ค่านิยมของความสวยของสาวๆในแต่ละประเทศก็ได้มีความแตกต่างกันออกไปมันจะเป็นจริงหรือไม่บางประเทศได้มองเห็นว่าผู้หญิงที่มีถุงใต้ตาจะดูสวยอ่อน เยาว์ในขณะที่ในอีกประเทศหนึ่งกับมองว่าผู้หญิงที่มีฟันสีดำมีเสน่ห์ที่น่าจับตามองไม่แน่ว่าหนึ่งในสาวๆเหล่านี้มันอาจจะมีที่ตรงสเปคของคุณบ้างก็ได้

ผมและผิว เผ่าฮิมบา นามิเบีย 

สาวๆทั่วโลกต่างก็จะชอบผิวที่เรียบเนียนกระจ่างใสตามแบบฉบับสีผิวของตัวเองด้วยกันทั้งนั้นแต่ในสำหรับสาวๆชาวฮิมบา นามิเบีย กลับได้มีค่านิยมผิวและผมของพวกเธอนั้นจะต้องเป็นสีแดงเท่านั้นถึงถึงจะสามารถที่จะมักใจหนุ่มๆในเผ่าได้เคล็ดลับผิวและผมสีแดงของพวกเธอนั้นมาจากเครื่องประทินผิวทำมาจากเนยไขมันหินสีเหลือมีกลิ่นหอมเอาไว้ใช้สำหรับทาตามตัวและพอกผมให้หนาเป็นกอนในทุกๆเช้าเหมือนกับการแต่งหน้าทั่วๆไปสามารถช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดดและแมลงรวมไปถึงความชุ้มชื่น

ให้แก่ผิวป้องกันไม่ให้ขนนั้นได้ขึ้นมาตามร่างกลายและอบโดยทุกวันด้วยการลมควันจนเหงื่อออกและใช้เอาผ้านั้นซับไปตามที่ร่างกายสามารถใช้ให้ผิวพรรณสะอาดกระจางใสนอกจากผิวจะเด่นสะดุดตากันแล้วสไตล์ทรงผมของสาวๆในชนเผ่านี้ยังเจ๋งได้ไม่แพ้กันด้วยการตอกฝังเข้ากับผมจริงให้หราขึ้นรวมถึงประดับบนศรีษะด้วยกอนขนแพ้ถักเพื่อแสดงถานะในทางสังคมและในการแต่งงานอีกด้วย

สักคาง นิวซีแลนด์

การสักคิ้วและปากของสาวๆในหลายประเทศมันอาจจะดูธรรมดาไปเลยเมื่อได้มาเจอในการสักคางของสาวๆเผ่าเมารี นิวซีแลนด์เข้าไปและที่ไม่ใช่เป็นค่านิยมและความงามเพียงเท่านั้นแต่มันยังเป็นเครื่องหมายของสามชิกเผ่าและบ่งบอกความเป็นตัวตนของพวกเธอรอยสักในรูปแบบที่มองดูแปลกตาเหล่านี้เราได้เรียกว่าโมโกได้ทมีต้นกำเนิดมาจากทางด้านตะวันตกของโพลิสนีเชียชาวเมารีได้ถือว่าเป็นสิ่งที่บ่งบอกทางด้านของฐานะของทางสังคมตามลำดับวังตะกูลและในช่วงรอยต่อจากวัยเด็กไปสู่ในวัยผู้ใหญ่

ซึ่งโดยในแต่ละคนนั้นก็จะมีลวดลายสักที่ดูแตกต่างกันออกไปและนอกจากที่จะมองว่าในแง่มุมที่สวยงามแล้วอีกทั้งมันยังได้แฟงไปด้วยของเรื่องความเชื่อที่ว่ารอยสักเหล่านี้ได้มีความศักดิ์สิทธิ์สามารถที่จะนำพาคนที่ได้มีรอยสักนั้นไปพาไปพบกับบรรพบุรุษอยู่ที่โลกวิญญาณและได้กลับมาเกิดใหม่ได้อีกครั้งในพบข้างหน้าและมากไปกว่านั้นสาวๆบางคนยังมีการสักกบที่ริมฝีปากซึ่งโดยจุดนี้ไม่ได้มีการบังคับแต่อย่างใดขึ้นอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคลล้วนๆเลย

สถานที่สุดแปลกที่คุณสามารถมองเห็นได้ด้วยปลายนิ้ว

หลายคนก็อาจจะเคยใช้ระบบกูเกิลเอิร์ธกันมาบ้างแล้วใช่มั้ยและยังเป็นที่รู้กันว่าเจ้าแอพสุดเจ๋งตัวนี้สามารถจะพาคุณไปสำรวจโลกได้แค่เพียงปลากนิ้วโดยที่คุณนั้นไม่เสียเงินสักบาทแถมยังได้เห็นในภาพมุมมองแปลกๆชวนตะลึงสะด้วยและไม่แน่ว่าหนึ่งในสถานที่เหล่านั้นคุณอาจจะไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่จริงก็ได้

ทะเลสาบรูปคน บราซิล

จากคำตอบที่ว่ายิ่งอยู่สูงเท่าไหร่ก็จะยิ่งเห็นอะไรได้มากกว่าคนอื่นหน้าจะเป็นคนจริงเพราะถ้าเราไม่ได้มองจากกูเกิลเอิร์ธแล้วละก็ก็คงจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าทะเลสาบแห่งนี้ได้มีรูปร่างเป็นคนชูแขนขึ้นสองข้างอย่างแน่นอนสาบรูปคนที่ได้เห็นกันอยู่นี้ได้ถูกค้นพบอยู่ในพิกัดพิกัดเมืองซอฟโฟโรประเทศบราซิลด้านข้างนั้นได้รายล้อมไปด้วยป่าที่มีสีเขียวส่วนในตัวทะเลสาบได้คาดว่าได้มีความสูงประมาณ140เมตรอาจจะถูกส้างขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นที่นันทนาการหรือทะเลสาบเอาไว้ตกปลา

สำหรับผู้คนที่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่และในขณะที่บางคนนั้นได้เชื่อว่ามันอาจจะถูกสร้างขึ้นเพื่อระบุจุดที่อิคารัสมนุษย์ผู้ที่สร้างปีกบินหนีออกมาจากหอคอยบนเกาะครีตตามตำนานกรีกหรือมันอาจจะเป็นสถานที่สำคัญเอาไว้ใช้สำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและส่วนตัวของจำนวนที่ดินแห่งนี้ก็เป็นได้แต่ไม่ว่าความจริงแล้วจะเป็นอย่างไรด้วยรูปร่างที่แปลกไปกว่าที่อื่นมันจึงได้เป็นที่สนใจของชาวโลกจนถึงทุกวันนี้

สุสานเครื่องบิน รัฐแอริโซนา

สำหรับใครที่ชื่นชอบเครื่องบินแล้วล่ะก็คงอาจจะถูกใจกับสิ่งนี้และต้องขอบคุณกูเกิลเอิร์ธที่ทำให้เรานั้นสามารถที่จะมองเห็นเครื่องบินต่างๆหลากหลายรูปแบบได้โดยที่เรานั้นไม่ต้องเดินออกจากบ้านเลยแม้แต่ก้าวเดียวสุสานเครื่องบินที่เรานั้นได้เห็นกันอยู่นี้ได้เป็นของกองทัพเครื่องบินที่มีหลากหลายประเภคที่ได้เคยถูกนำเอาไปใช้งานหลากหลายในยุคสมัยมาแล้วและยังรวมไปถึงของรัฐบาลสหรัฐอยู่ในแอริโซนาเมื่อสุสานได้มีเครื่องบินที่ถูกใช้งานมาแล้ว4ประเภคได้แก่

ประเภคที่มีการนำเอามาใช้ใหม่ ประเภคเก็บอะไหล่สำรอง ประเภคที่รองการกระจายไปหน่วยงานอื่นๆ และ ประเภคที่รอแยกชิ้นส่วนเพื่อรอการจำหน่ายรวมแล้วทั้งสิ้นมีจำนวนทั้งหมอประมาณ5,000ลำได้จอดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบอยู่ที่บนพื้นที่กว้าง10.5ตารางกิโลเมตรเลยและเนื่องจากที่พื้นที่นั้นได้มีลักษณะที่มีความเรียบอยู่เสมอกันจึงทำให้การจอดและการย้ายเครื่องบินนั้นเป็นไปอย่างง่ายโดยที่ไม่ตรงไปปูนพื้นผิวถนนและนอกจากนี้ก็ยังมีสภาพอากาศยังมีความชื้นต่ำกว่ามากเพียง10ถึง20%รวมถึงปริมาณฝนจำนวน11นิ้วต่อปี

มนุษย์นั้นสามารถที่จะขุดหลุมได้ลึกขนาดนี้เลยหรือ?

มนุษย์สามารถขุดหลุมลึกมากกว่าที่คุณคิดในทุกๆจุดบอลโลกของเราผมเชื่อว่าใครหลายคนคงอยากจะขุดหลุมลึกลงไปไปในยันใจกลางของโลกซึ่งทุกคนต่างได้ทราบกันดีแล้วว่าจริงๆแล้วมันยังไม่มีใคร พี่จะสามารถขุดหลุมลึกไปยังจุดนั้นได้หลายคนต่างได้ตั้งคำถามว่ามนุษย์ชาติถ้าเราตัดสินใจจะขุดหลุมลึกไปยังจากโลกของเราเทคโนโลยีที่มีอยู่ปัจจุบันเราจะสามารถหลุมลึกลงไปยังใจกลางของโลกของเราได้หรือไม่

สมมุติว่าเราอยู่บนสักที่พื้นผิวของโลกใบนี้ หากตรงนี้คือพื้นผิวโลกของเรา เราลองขุดลึกลงไป จากพื้นผิวโลกไม่ไกล ประมาณ 1.8 เมตร จะมาถึงจุดที่ชาวเกาะบริเวณตะวันตกฝังศพลงความลึกระดับนี้แล้วถ้าหากคุณเชื่อว่าในเรื่องซอมบี้มันมีจริงบอกให้รู้เลยว่ามันอยู่ใกล้เราแค่เอื้อมแค่นั้นหากเราร้องขุดลึกลงไปประมาณ 4 เมตรเราก็จะมาถึงระดับความลึกที่หลุมฝังศพของ สุสานฟาโรห์ซึ่งได้ถูกค้นพบที่ระดับความลึกระดับนี้จากนั้นความลึกที่ลึกลงไปในระดับไม่มากประมาณ 6 เมตร

พื้นผิวโลกของเราเรามาถึงระดับความลึกมากที่สุดที่ตรวจจับโลหะจะสามารถตรวจจับได้ลึกลงมาที่ระดับ 12 เมตรจะมาถึงโพรงของสัตว์ที่สามารถขุดดินได้เร็วที่สุดนั่นก็คือประเทศแม่น้ำไนล์จากนั้นลูกลงไปอีกหน่อยด้วยระดับความลึกที่ประมาณ 20 เมตรมาถึงระดับความลึกที่เป็นสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่ถนนของกรุงปารีสซึ่งคนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ไม่รู้ว่าอุโมงค์เก็บกระดูกของต้นมากกว่า 6 ล้านคนที่ได้ถูกฝังอยู่ที่แห่งนี้ที่นั่นก็คือใน Paris เอาลองขุดลงมาที่ระดับความลึกประมาณ 100 เมตรระดับความรู้สึกนี้จะเป็นเอาไว้ฝังกากกัมมันตภาพตารางสี

แต่ถ้าเราลดลงไปอีกหน่อยที่ระดับความลึก105.5 เมตรระดับความลึกที่เป็นสถานีรถไฟฟ้าที่มีความลึกมากที่สุดในโลกที่ตั้งอยู่ในประเทศยูเครนเอาเราขุดลงมาที่ระดับประมาณ220 เมตรที่ระดับความลึกนี้ความลึกที่มากที่สุดของคองโกทวีปแอฟริกาซึ่งมันเป็นแม่น้ำความลึกมากที่สุดในโลกอีกด้วยหากเราลองขุดลงมาที่ระดับความลึกประมาณ 240 เมตรและด้วยที่ระดับความลึกนี้มันจะเป็นอุโมงค์รางรถไฟที่มันมีความลึกมากที่สุดในโลกเป็นอุโมงค์รถไฟที่เชื่อมอยู่ระหว่างเกาะฮอนชูเกาะฮอกไกโดในประเทศญี่ปุ่น

แต่ใครจะไปเชื่อล่ะว่าที่ระดับความลึก 287 เมตรจะมีอุโมงค์ถนนที่เราสามารถขับรถผ่านใต้ดินที่มีความลึกมากที่สุดในโลกอุโมงค์นี้ได้ตั้งอยู่ประเทศนอร์เวย์และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือระดับความลึก 392 เมตร