ประวัติศาสตร์

การค้นพบเมืองโบราณที่จมอยู่ใต้น้ำ

เมืองใต้น้ำ ประเทศอินเดีย

สำหรับสถานที่ก้อสร้างเมืองโบราณแห่งนี้มันได้ถูกค้นพบโดยบังเอิญในขณะที่ได้มีการทำการสำรวจมลภาวะของน้ำที่อ่าวอินเดียในช่วงปี2002 ซึ่งเมืองโบราณแห่งนี้ซึ่งได้อยู่ในระดับน้ำที่มีความลึกระดับประมาณ40เมตร ซึ่งคาดว่าอายุของสถานที่โบราณแห่งนี้น่าจะประมาณ4,000ปีถึงประมาณ5,000ปี หลังจากนั้นพวกชาวฮินดูต่างก็เชื่อว่าเมืองโบราณสถานแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมา

โดยพระเจ้ากฤษณะ ซึ่งท่านก็ได้เป็นร่างอวตานร่างหนึ่งของพระนารายณ์ที่นี่นั้นก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในเจ็ดเมืองที่ได้มีความเก่าแก่มากที่สุดในประเทศอินเดียกันเลยทีเดียว นอกจากนี้เรื่องรูปความสวยงามของเลขาคณิตที่ได้มีความสร้างความสนใจให้เหล่าทางนักโบราณคดีเป็นอย่างมาก ได้มีข่าวมาว่า เมืองที่มีความสวยงามแห่งนี้ที่ได้มีการประกอบไปด้วยพระราชวังศ์อยู่อีกหลายแห่ง

ที่ได้มีการสร้างขึ้นมาด้วยเงินโลหะและก็ทองคำ ซึ่งมันได้มีค่ามากมายนานาชนิดอีกทั้งมันก็ยังได้มีการคาดเดาอีกได้ว่าสถานที่เมืองแห่งนี้ได้จมลงไปอยู่ใต้ท้องทะเลหลงจากที่พระเจ้ากฤษณะได้เสียชีวิตลงไปแล้วต้องขอบอกเลยว่าสถานที่แห่งนี้ยังได้เป็นเมืองในตำนานที่ชาวฮินดูทุกๆคนเห็นทีว่าจะต้องเข้าไปสักการะให้ได้ในสักครั้งหนึ่งในชีวิต

สถานที่โบราณสถาน Titicacaทะเลสาบติติกากา ประเทศเปรู

สำหรับเรื่องของสถานที่แห่งนี้เราไม่น่าเชื่อเลยว่าสถานที่ในทะเลสาบที่ได้มีความลึกมากมายขนาดนี้มันจะมีเมืองโบราณที่ได้จมอยู่ใต้ทะเลน้ำแห่งนี้อีกด้วย เนื่องจากว่าในพื้นที่ทะเลสาบแห่งนี้มันได้มีระดับน้ำที่ลึกมาก ซึ่งในการทำการสำรวจจึงจะต้องอาศัยนักดำน้ำจำนวน200ชีวิต เพื่อที่จะลงปฎิบัติการทำการสำรวจและเมื่อได้นับอายุแล้วและก็ได้พบว่าสถานที่แห่งนี้

ได้มีอายุราวๆประมาณ1,500ปีกันเลยทีเดียว ซึ่งสถานที่แห่งนี้ยังได้มีความเก่าแก่มากกว่าสถานที่ไหนๆเสียอีก ซึ่งขณะภายในเมืองนั้นมันได้มีทั้งวิหารถนนและกำแพงเมืองอีกทั้งยังรวมไปถึงฟาร์มเพาะปลูกกันเลยทีเดียว เนื่องจากในสมัยก่อนนั้นบริเวณโบราณแห่งนี้มันได้เป็นเพียงแค่ตำนานพื้นบ้านที่ได้มีการเล่าต่อกันมาว่า สถานที่โบราณติติกากานั้น

ซึ่งมันก็ได้เป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมอินคาและ เมื่ออารยธรรมอินคาก็ได้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้นมีเครื่องมือในการใช้งานที่ดีมากกว่าเดิมมันจึงได้ทำให้มีการสำรวจเกิดขึ้นมาและหลังจากนั้นก็ได้พบว่าตำนานในเรื่องโบราณสถานแห่งนี้มันได้เป็นเรื่องจริงภายใต้น้ำนั้นก็ยังได้มีวัตถุอีกมากมาย

 

สนับสนุนโดย  next88 line

กระบวกการไครโอนิกส์สามารถทำให้เรากลับมามีชีวิตได้

สำหรับกระบวนการไครโอนิกส์นี้มันได้มีกระบวนการคือการรอให้มนุษย์ได้เข้าถึงสภาวะที่เรียกว่า ตายในทางการแพทย์ หรือ การหยุดเต้นของหัวใจเสียก่อน และหลังจากที่หัวใจในร่างการเราหยุดเต้นไปสักพักหนึ่งก่อนที่สมองและอวัยวะที่อยู่ภายในมันจะล้มเหลวทั้งหมดจะมีการเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปแช่แข็ง โดยที่ระหว่างที่กำลังเคลื่อย้ายผู้ป่วยจะมีการฉีดยาป้องกัน

การแข็งของเลือดเพื่อไม่ทำให้เลือดแข็งตัวและมีการสูบฉีดเลือดเข้าไปในอวัยวะต่างๆตลอดเวลาเพื่อให้อวัยวะภายในเหล่านั้นมันได้เกิดความเสียหายน้อยมากที่สุดและยังสามารถที่จะเก็บรักษาสภาพที่ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์มากที่สุด ตรงนี้เราเชื่อว่ามันน่าจะมีอยู่หลายๆคนที่ได้มีข้อสงสัยเหมือนกับเรา

ในตอนที่เราได้ไปหาข้อมูลมาตรงที่ว่า ทำไมเขาถึงใช้คำว่าผู้ป่วย ทำไมเขาไม่ใช้คำว่าผู้ตายทั้งๆที่บุคคลคนนี้ได้เสียชีวิตไปแล้วหัวใจหยุดเต้นไปแล้วทำไมเขาถึงยังใช้คำว่าผู้ป่วยกันอยู่ ซึ่งตามข้อมูลที่เราได้ไปหามาเขาได้บอกว่าร่างกายของผู้ที่จะเข้าสู้กระบวนการ ไครโอนิกส์ นี้จะนิยามคำว่าผู้ป่วยจะไม่ใช่นิยายผู้ตายเพราะว่าในอนาคตเราสามารถที่จะชุบชีวิตของเขาขึ้นมาได้อันนี้มันก็เลยเป็นคำยืนยันว่านี่มันเป็นคำนิยายว่าผู้ป่วยไม่ใช่ผู้ตาย

กระบวนการต่อมาที่ได้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมาถึงสถานที่ที่จะทำการแช่แข็งผู้ป่วยจะถูกนำเข้าสู้กระบวนการที่เรียกว่า ทำให้เป็นแก้ว  โดยหลักการของกระบวนการนี้มันจะมีการนำเอาสารเคมีเข้าไปแทนที่เลือดและน้ำที่อยู่ในเซลล์ ซึ่งมันจะทำให้ตอนแช่แข็งร่างกายและเซลล์มันจะกลายเป็นแก้วทั้งหมดเลยเพราะว่าการทำแบบนี้มันจะทำให้เกิดความเสียหายภายในเซลล์น้อยมากที่สุดก่อนที่จะถูกนำไปแช่แข็งด้วยอุณหภูมิที่ต่ำกว่า-100c.

โดยการใช้ไนโตรเจนเหลวต่อมาพอได้ผ่านกระบวนการทำให้ร่างกายกลายเป็นเป็นแก้วก็จะมีการเก็บรักษาผู้ป่วยเอาไว้ในแคปซูนหรือห้องเย็นขนาดใหญ่โดยที่ได้ใช้ไนโตรเจนเหลวหล่ออุณหภูมิเอาไว้เพื่อไม่ให้เสียอุณหภูมิ โดยหวังว่าอนาคตจะมีวิทยาการที่ล้ำพอที่จะสามารถช่วยให้บุคคลคนเหล่านี้กลับมาได้อีกครั้งหรือเราพูดตรงๆว่า วิทยาการปาฏิหาริย์

จะบอกว่าวิทยาการตรงนี้มันยังไม่สามารถที่จะบอกได้เลยว่ามันจะฟื้นคืนชีพได้แต่มันเดินมาเกินครึ่งทางกับคำว่าฟื้นคืนชีพมนุษย์ก็ต้องรอว่าในอนาคตว่าเขาจะทำสำเร็จได้หรือป่าวแต่ล่าสุดก็ได้มีสำนักข่าวที่หนึ่งได้ออกมาบอกว่าปัจจุบันในมีเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่จำเป็นที่จะต้องไปแช่แข็งร่างกายที่จะรอความหวังลมๆแร้งๆที่เรียกว่าDecellularizationหรือการลบเซลล์เก่าออกจากอวัยวะเพื่อที่จะเข้าเซลล์ใหม่เข้าไปแทนถ้าข่าวนี้มันเป็นจริงและมันได้มีการทำขึ้นมากันจริงๆเราขอบอกเลยว่ามนุษย์เราจะเป็นอมตะในอนาคต

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ไม่ผ่านเอเย่นต์

การแช่แข็งมนุษย์

ต้องบอกก่อนเลยว่าการแช่แข็งของมนุษย์บางคนอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่จริงๆแล้วถ้าเราได้ลอยไปศึกษากันดีๆเรื่องของกัปตันอเมริกามันได้มีส่วนเค้าโครงที่ในอดีตมันได้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเพราะข้อมูลที่เราได้ไปศึกษามาเรารู้สึกว่าในปี1960กว่าๆ ถ้าเราจำไม่ผิดได้มีมนุษย์คนแรกของโลก

ที่เขาได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งอะไรสักอย่างหนึ่งเขาได้บอกว่าเขาต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อหรือมีชีวิตรอดก็เลยทำการแช่แข็งตัวเองและนี่มันก็เลยยืนยันได้อีกหนึ่งอย่างว่าวิทยาการ การแช่แข็งของมนุษย์มันได้มีมาตั้งแต่ปี1900กว่าๆแล้วมันไม่ใช่วิทยาการใหม่ที่มันจะพึ่งมีมา โดยวิธีการแช่แข็งของมนุษย์นี้ได้มีชื่อว่ากระบวนการไครโอนิกส์

  โดยกระบวนการไครโอนิกส์  นี้นั้นจะมีหลักการคล้ายๆกับการทำมัมมี่ก็คือการเก็บรักษาคงสภาพร่างกายให้มีความสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อรอเวลาว่าในอนาคตจะมีวิทยาการที่จะสามารถทำให้คนเหล่านี้ได้กลับมามีชีวิตได้แต่กระบวนการไครโอนิกส์  มันจะแตกต่างกับการทำมันมี่อยู่เล็กน้อยตรงที่ว่าการทำมัมมี่ในสมัยก่อนเขาจะทำการเอาศพของบุคคลที่สำคัญหรือผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว

นำเอามาทำการควักอวัยวะที่อยู่ภายในออกมาเพื่อทำความสะอาดหลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้วก็เอาอวัยวะภายในเหล่านั้นเอาไปดูดความชื่นด้วยเกลือบเพราะถ้าเกิดสมมุติว่าอวัยวะภายในเหล่านั้นมันยังมีความชื่นอยู่มันจะทำให้เกิดแบคทีเรียและแบคทีเรียเหล่านั้นมันก็จะมากัดกินจึงทำให้อวัยวะภายในเหล่านั้นเน่าเปื่อย

และหลังจากที่ได้ดูดอวัยวะภายในทั้งหมดก็จะมีการจัดเก็บเอาไว้ที่เดิมก่อนที่จะยัดทรายเข้าไปในร่างด้วยด้วยเพราะว่าจะได้ดูดความชื่นพวกผิวหนังพวกเนื้ออะไรอย่างนี้มันจะได้ไม่โดยแบคทีเรียกัดกินแล้วก็มันจะคงสภาพในร่างกายให้ได้นานมากที่สุดเพื่อที่จะรอเวลาว่าในอนาคตจะมีคนเข้ามาชุบชีวิตบุคคลสำคัญเหล่านี้ซึ่งอันนี้มันก็ได้เป็นการปริศนาของมันมี่ให้ทุกคนได้รู้ไปในตัวกันด้วยเลยแล้วกัน

สิ่งที่เราได้พูดไปในกระบวนการทำมัมมี่นั้นมันเป็นการเก็บรักษาสภาพในร่างกายด้วยการใช้เกลือเพียงอย่างเดียวเพื่อดูดความชื่นออกไปไม่ให้แบคทีเรียเข้ามากัดกินร่างกายจนเน่าเปื่อยแต่สมัยก่อนการถอดอวัยวะหรือการนำเอาอวัยวะออกมาจากร่างกายโดยที่ไม่ได้คิดถึงเรื่องของเส้นประสาทเรื่องของเส้นเอ็นหรืออะไรก็แล้ว

แต่ตัดเอาออกมาทำความสะอาดด้านนอก ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านั้นในการทำมัมมี่มันได้ทำให้ร่างกายตายสนิดแบบ100%เพราะว่าได้มีการดึงเอาอวัยวะที่อยู่ในร่างกายเอาออกมาล่างอย่างเรียบร้อยแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่าที่คนสมัยก่อนที่จะสามารถนำเอาอวัยวะไปวางไว้ที่เดิมพร้อมกับเชื่อมเส้นประสาทและอื่นๆให้เข้าที่เดิมได้มันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันไพ่ดัมมี่

ประวัติ เดจาวู

สำหรับเรื่องของเดจาวูเราก็เคยจะได้ยินกันมาเยอะแยะมากมายจากคนใกล้ตัวและมันก็อาจจะเกิดขึ้นกบตัวเองมันเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับว่ามันเคยเกิดขึ้นมาแล้วแต่เรายังไม่เคยทำหรือว่ายังไม่เคยมาในสถานที่นี้ประวัติของเดจาวูได้มีหลักฐานชี้ชัดบันทึกเป็นลายลักอักษรเอาไว้ เมื่อในปี1851 โดยได้มีคนชาวฝรั่งเศสที่ได้เขียนหนังสือบันทึกเกี่ยวกับคำว่าเดจาวูเอาไว้ในหนังสือ

ที่มีชื่อว่าL’Avenir dessciences psychiquesหรือแปลกจากภาษาฝรั่งเศสว่าอนาคตของวิทยาศาสตร์จิตวิทยา ซึ่งในหนังสือได้เขียนเอาไว้ว่าอาการของเดจาวูมันคือเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งทั้งๆที่เราไม่เคยเจอเหตุการณ์นี้มาก่อนและได้เจอเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ยกตัวอย่างการที่เราไปเที่ยวในสถานที่ใดที่หนึ่ง

ที่เราไม่เคยไปแต่เราได้กลับรู้สึกเหมือนว่าเคยมาและได้มีความทรงจำบางอย่างได้เกิดขึ้นมาอยู่ในหัวและยิ่งในบางทีที่ได้เดินไปในบางมุมของสถานที่นั้นๆมันอาจจะยิ่งรู้สึกและนึกบางอย่างได้มากกว่าเดิม ซึ่งในความรู้สึกของแต่ละบุคคลมันก็จะแตกต่างกันออกไปและบางคนอาจจะมีความรู้สึกแรงถึงขนาดขับรถผ่านจุดๆหนึ่งหรือเดินผ่านจุดๆหนึ่งแล้ว

เห็นอุบัติเหตุเกิดขึ้นในที่จุดๆนั้นถามว่าสิ่งๆนี้มันเคยเกิดขึ้นมั้ยมันเคยเกิดขึ้นจากประวัติที่เราได้ไปค้นมาเคยมีคนได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่าได้มีอยู่หนึ่งบุคคลขับรถผ่านถนนเส้นๆหนึ่งแล้วกำลังติดไฟแดงอยู่หลังจากนั้นคนในรถนั้นก็ได้เห็นภาพเข้ามาในหัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุมีรถชนกัน ณ จุดๆนี้และไม่กี่วินาทีต่อมาก็เกิดอุบัติเหตุตรงนั้นจริงๆ

ซึ่งคำถามมันมีอยู่ในหัวของทุกคนอยู่แล้วและรวมถึงตัวเราด้วยและมันก็ต้องมีคนสงสัยว่า เดจาวู นั้นมันคือความฝันหรือเปล่า เราขอยืนยันและการันตีตรงจุดนี้เลยว่า คำว่าเดจาวูนั้นมันไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอน ความฝันมันเป็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในขณะที่เรานอนหลับแล้วนึกคิดมันขึ้นมาอยู่ในหัวไม่ว่าจะเป็นความคิดก่อนนอนความเครียดและสิ่งที่เรานึกคิดที่อยู่ใต้จิตใจ

แต่เดจาวูคือสิ่งที่เกิดขึ้นได้แม้กระทั่งในตอนที่ยังตื่นอยู่และเกิดขึ้นมาได้ทุกเวลา โดยเดจาวูที่เราได้พูดถึงกันมาทั้งหมดได้ถูกตั้งทฤษฎีเอาไว้ถึง4ทฤษฎีด้วยกันซึ่งมันได้เป็นทฤษฎีอดีตกาลหรือชาติที่แล้วคือสิ่งใดก็ตามที่เคยเกิดขึ้นไปแล้วในอดีตแล้วย้อนกลับมาเกิดอีกครั้งมันก็อาจจะทำให้เรานั้นนึกคดว่ามันเคยเกิดสิ่งๆนั้นมาแล้ว

บางที่ชาติที่แล้วเราอาจจะเคยผูกพันธ์กับสถานที่นี้แล้วถ้าเราได้ไปยืนอยู่ในสถานที่นั้นในเวลาปัจจุบันมันอาจจะทำให้เราเกิดความรู้สึกหรือสิ่งที่ได้นึกคิดอยู่ในหัวว่าเราจะต้องเป็นอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้แน่นอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

เรื่องของSlendermanเป็นเรื่องจริง หรือ เรื่องแต่งปรุงแต่งขึ้นมา

สำหรับSlendermanมันได้เป็นเพียงเรื่องที่ได้แต่งขึ้นมาเท่านั้นแต่ตรงนี้มันก็ยังขัดกับในหน้าประวัติศาสตร์บางอย่างที่มันได้มีการบันทึกเอาไว้ที่เป็นลายลักอักษรแล้วรู้สึกว่ามันจะค่อนข้างที่จะชัดเจนพอสมควรอย่างล่าสุดได้มีการค้นพบภาพจิตรกรรมฝาผนังของชาวบราซิลที่เขาได้ว่ากันว่า

มันได้มีอายุมากกว่า9,000ปี โดยเขาได้บอกว่าภาพนี้มันคือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ได้บ่งบอกเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ชีวิตแบบไหนจารึกรูปสัตว์อะไรเอาไว้บ้างตรงนี้มันก็ยังเป็นเรื่องปกติทั่วไป แต่มันได้มีอีกหนึ่งจุดที่น่าสงสัยคือในภาพจิตรกรรมฝาผนังนั้นมันก็ได้มีรูปอยู่รูปหนึ่งที่มันได้เป็นรูปสิ่งที่มีชีวิตที่คล้ายกับมนุษย์แต่มีตัวสูงและได้มีแขนแตกออกมาเหมือกับกิ่งไม้

ที่กำลังทำเหมือนว่ากำลังเล่นกับเด็กอยู่ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างที่จะน่าสนใจเป็นอย่างมากและมันก็ไม่สามารถที่จะหาคำตอบได้อีกด้วยว่าเจ้าสิ่งนี้มันคืออะไรและอีกหนึ่งหลักฐานที่น่าสนใจอยู่ไม่แพ้กันก็คือหลักฐานการแกะสลักของยุคอียิปต์โบราณที่ได้มีอายุมากกว่า3,000ปีก่อนคริสตศักราช โดยนักโบราณคดีก็ได้เรียกรูปภาพนี้ว่า หัวขโมยของพระเจ้าที่เราสามารถจะพบเจอมันได้ในสถานที่โบราณต่างๆของฟาโรห์วาสเนอร์,KingWazner

ซึ่งหลักฐานชิ้นนี้ได้มีอักษรHieroglyphหรืออักษรอียิปต์โบราณที่ได้แกะสลักเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรักขโมยของต่างๆที่อยู่ภายในสุสานของฟาโรห์และในรูปภาพนี้ยังจะเห็นได้เลยว่ามันได้มีหัวขโมยคนหนึ่งที่ได้มีรูปร่างที่ดูแปลกไปจากมนุษย์โดยทั่วไปโดยจะมีแขนยื่นออกมามากกว่าคนปกติอีกสามถึงสี่แขนด้วยกัน ซึ่งตรงจุดนี้เราก็ไม่สามารถที่จะหาคำตอบได้เหมือนกันอีกด้วยว่ามันคืออะไร มันอาจจะเป็นสัตว์ของเทพในตำนานของอียิปต์โบราณ

หรือมันอาจจะเป็นความผิดพลาดของการแกะสลักที่ได้มีการแกะพลาดเป็นขีดเส้นขึ้นมาเหมือนแขนแต่ตรงจุดนี้มันก็จะพูดได้ยากและมันก็จะสรุปความได้ยากพอสมควรเลยแต่ในปัจจุบันเรื่องของSlendermanในบางเรื่องมันก็ได้มีการไขกระจ่างออกมาแล้วยกตัวอย่างเช่นเรื่องของDerRitterมันได้เป็นรูปภาพสิ่งมีชีวิตไร้หน้าที่มันได้มีอยู่หลายขาที่มันกำลังต่อสู้กับอัศวินจริงๆแล้ว

ภาพต้นตำรับของDerRitterมันได้เป็นปีศาจโครงกระดูกที่มีสองขาเพียงเท่านั้นแต่มันก็ได้มีการถูกดัดแปลงเนื้อหาเพื่อที่ทำให้มีคนเกรงกลัวมากขึ้นเพราะเรื่องตำนานของสิ่งที่มีชีวิตประหลาดตัวนี้ค่อนข้างที่จะโด่งดังมากที่สุดในยุคนั้นแต่ได้มีเหตุการณ์เด็กหายไปค่อนข้างที่จะบ่อยเขาเลยได้มีการดัดแปลงสรุงแต่งเรื่องนี้ขึ้นมานั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน

การตายของนายLord Carnarvonที่อาจจะเกี่ยวข้องกับโลงศพฟาโรห์

สำหรับเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นมาจากหลังที่ได้มีการเคลื่อนย้ายศพของฟาโรห์ตุตันคาเมนออกมาเขาได้เลยโยงไปถึงความเชื่อในยุคของอียิปต์โบราณที่เขาได้มีการบอกเอาไว้ว่านี่มันอาจจะเป็นรางร้ายก็เป็นได้เพราะว่างูมันก็ได้เป็นหนึ่งสัญลักษณ์สัตว์เทพที่ชาวอียิปต์ได้เคารพนับถือกันในนามของเทพหลังความตายที่ได้มีชื่อว่าเทพอะโพฟิส หรือ Apophis

ซึ่งหลังจากได้มีการเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ในเพียงแค่ไม่กี่วันและในเวลาต่อมาก็ได้มีข่าวออกมาบอกว่า สุสานของกษัตริย์ตุตันคาเมนได้เกิดเหตุการณ์ถล่มลงมาและได้เป็นข่าวใหญ่โตที่ได้มีบันทึกเอาไว้ในวันที่22ธันวาคม ปี1922 และหลังจากเหตุการณ์การถล่มของสุสานด้านทีมสำรวจของแต่ละคนของHoward Carterก็ได้เริ่มมีอาการเสียชีวิตด้วยสาเหตุแปลกๆทีละคนๆเริ่มจากคนแรกนั้นก็คือผู้ร่วมค้นหาหลุมศพLord Carnarvonที่ได้เสียชีวิตลงเป็นคนแรกและยังได้มีการบันทึกถึงสาเหตุการตายเอาไว้ว่าสาเหตุตรงนี้ได้เกิดจากการติดเชื่อจากการกัดของยุงและเชื่อตรงส่วนนั้น

มันก็ได้ติดเข้าไปในกระแสเลือดจนได้มีการเสียชีวิตนั่นเอง ซึ่งต้องบอกเลยว่าตรงนี้มันหน้าแปลกใจมากเพราะถ้าเกิดว่าเราได้มองในมุมมองหลักจริงๆยุงในยุคนั้นหรือยุงในยุคปัจจุบันเปอร์เซ็นมันมีน้อยมากที่จะถูกกัดและได้ปล่อยเชื่อที่มีความรุนแรงออกมาได้อย่างเช่นเชื่อโรคของยุงในปัจจุบันมันก็จะมีโรคต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรคไข้เลือดออกโรคเท้าช้างหรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งตรงจุดนี้มันสามารถที่จะรักษาให้หายได้และมันก็ไม่ได้มีความรุนแรงอะไรมากมายแต่ในกรณีนี้เขาได้บอกเอาไว้ว่า เชื่อที่ได้มีการค้นพบมันได้เป็นเชื่อที่มีความรุนแรงและได้มีความแปลกมากเพราะว่าเชื่อเหล่านี้

มันได้แพร่กระจายไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็วมันจึงทำให้Lord Carnarvonได้เสียชีวิตในเวลาค่อนข้างที่จะเร็วมากนอกจากนั้นเขาก้ยังได้มีการตั้งข้อสงสัยเอาไว้ว่าถ้าหากว่ามันได้เป็นเชื่อของยุงจริงๆมันก็จะมีอยู่เพียง2ที่เท่านั้น นั่นก็คือเชื่อของยุงในปัจจุบันกับเชื่อของยุงที่มันอาจจะอยู่ในพื้นที่ที่ค้นพบโลงพระศพก็เป็นได้

ซึ่งถ้าหากว่าลองย้อนเรื่องราวกลับไปในยุคสมัยอียิปต์โบราณมันก็ได้มีโรคระบาดอย่างหนึ่งที่ได้เกิดขึ้นมาจากยุงและทำให้ผู้คนนั้นได้เสียชีวิตกันเป็นจำนวนมากเขาเลยมีการโยงเรื่องว่ามันเป็นไปได้หรือไม่ว่ามันอาจจะเป็นคำสาปที่มันได้ถูกสาปเอาไว้กับโลงพระศพถ้าหากใครเข้ามารบกวนฟาโรห์ก็จะมีอันเป็นไป

 

 

สนับสนุนเรื่องราวมาจาก  sagame

ประวัติลูกเสือไทย

      สำหรับเด็กนักเรียนทุกคนต้องรู้จักคำว่าลูกเสือเนตรนารีกันเป็นอย่างดีเพราะจะมีการเริ่มเรียนการตั้งแต่สมัยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นต้นไปซึ่งเด็กๆจะได้ทำกิจกรรมกับทางโรงเรียนเกี่ยวกับการบำเพ็ญประโยชน์ให้กับสาธารณะประโยชน์และก็จะมีการจัดตั้งการเดินป่าและกันตั้งแคมป์ก่อกองไฟซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่จะต้องมีการทำทุกๆปี

แต่สำหรับเด็กชั้นประถมต้นแล้วทางโรงเรียนอาจจะยังไม่ได้มีการอนุญาตให้เด็กนักเรียนต้องไปนอนที่โรงเรียนเพื่อตั้งแคมป์แต่จะเริ่มมีการตั้งแคมป์สำหรับเด็กประถมปลายและก็เมื่อจบจากการเรียนชั้นประถมแล้วขึ้นมัธยมการเรียนลูกเสือเนตรนารีจะยังคงมีอยู่จนถึงมัธยมตอนต้นและมัธยมตอนปลายแต่เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย

เมื่อไหร่การเรียนลูกเสือก็จะสิ้นสุดลงซึ่งเรามาดูกันว่าประวัติของลูกเสือไทยนั้นมีมาตั้งแต่สมัยไหนตามข้อมูลที่มีการศึกษาค้นคว้ามานั้นลูกเสือไทยเริ่มต้นมาโดยการก่อตั้งของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งท่านเป็นรัชกาลที่ 6 ด้วยอันที่จริงแล้วในการสถาปนาก่อตั้งกองเสือป่านั้นมีมาตั้งแต่วันที่ 1 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2454 แล้วซึ่งในการสถาปนากองเสือป่านั้นเป็นลักษณะของการนำพวกข้าราชการพลเรือนมาทำการฝึกอบรมให้มีความรู้เหมือนกับพวกทหาร

โดยความต้องการจริงๆของรัชกาลที่ 6 ก็คือถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีศึกสงครามแล้วทหารไม่พอที่จะสู้รบกองกำลังเสือป่านี้จะเป็นฝ่ายที่คอยสนับสนุนทหารแล้วก็ค่อยเข้าไปช่วยทหารดังนั้นการเรียนรู้การฝึกอบรมของกองกำลังเสือป่าเป็นคล้ายๆกับทหารเลยทีเดียวหลังจากนั้นเมื่อรัชกาลที่ 6 เห็นว่าการฝึกกองกำลังเสือป่านั้นเป็นไปด้วยดีแล้วก็ยังสามารถที่จะช่วยเหลือผู้คนคนที่ได้เรียนลูกเสือป่าก็มีความเสียสละมีความกตัญญูพระองค์ทรงเห็นว่าควรจะมีการจัดตั้งกิจกรรมให้กองกำลังเสือป่า

มีความเจริญก้าวหน้ามั่นคงยิ่งขึ้นสืบไปดังนั้นพระองค์จึงให้มีการจัดตั้งกองลูกเสือขึ้นซึ่งการจัดตั้งกองลูกเสือนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมดังนั้นในทุกๆปีวันที่ 1 กรกฎาคมจึงถือว่าเป็นวันลูกเสือแห่งชาติสำหรับประเทศไทยนั้นเป็นประเทศอันดับที่ 3 ที่มีการจัดตั้งกองลูกเสือขึ้นซึ่งก่อนหน้านี้คนที่จะตั้งก่อนเราก็จะมีประเทศอังกฤษกับประเทศอเมริกา

และในข้อมูลที่ได้มีการศึกษามานายชับบุญนาคถือว่าเป็นลูกเสือไทยคนแรกของประเทศไทย ในสมัยรัชกาลที่ 6 นั้นพระองค์ทรงสนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องของการกองกำลังเสือป่าฝึกลูกเสือเป็นอย่างมากจนถึงขนาดที่ประเทศอังกฤษตรงต้องมาขออนุญาตตั้งชื่อกองลูกเสือที่ 8 ของประเทศอังกฤษให้มีชื่อเหมือนกับของประเทศไทย

โดยพระองค์อนุญาตให้ตั้งชื่อเป็นกองลูกเสือในพระบาทสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามสำหรับประเทศไทยนั้นลูกเสือกองแรกที่มีขึ้นคือลูกเสือกรุงเทพที่หนึ่ง โดยมีการตั้งขึ้นที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง   และนี่คือจุดเริ่มต้นของการจัดตั้งกองลูกเสือไทยหลังจากนั้นก็มีการนำไปบรรจุให้เด็กนักเรียนได้มีการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของลูกเสือนับตั้งแต่นั้นสืบมา

 

สนับสนุนโดย  bk8 info

อนุสาวรีย์ที่อันน่าพิศวง

วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคโบราณที่มีความสวยงามจนน่ากลัว และ สำหรับสิ่งมหัศจจรย์ของโลกนั้นที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้มันมีอายุประมาณ5พันปี ซึ่งมันเป็นฝีมือของมนุษย์ทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะที่น่าพิศวงจากในยุคสมัยแรกเรามาดูกันเลยว่ามันจะน่าพิศวงขนาดไหน

อนุสาวรีย์เทพเจ้าซีอุส

สำหรับด้านอนุสาวรีย์เทพเจ้าซีอุส เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นอนุสาวรีย์ที่ได้แกะสลักรูปขึ้นมาจากงาช้างให้เป็นรูปเทพเจ้าซีอุสนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่มีความสูงประมาณ40ฟุต นอกจากนี้มือด้านขวาของเทพเจ้าก็ได้ถือรูปปั้นแห่งชัยชนะและมือด้านซ้ายนั้นก็ได้ถือคฑาฉลองพระองค์และยังรวมไปถึงเครื่องประดับที่ได้ทำมาจากทองคำแท้ทั้งหมด

นอกจากนี้คนชาวกรีซโบราณนั้นก็ยังได้ให้ความเคารพและได้นับถือให้เป็นเทวรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่ง  ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ได้พังถลายหายไปหมด แต่ถึงอย่างไรก็ยังได้มีหลักฐานเอาไว้แค่รูปภาพวาดเอาเท่านั้นรวมไปถึงเหรียญโบราณ

วิหารไดอานา

สำหรับสถานที่แห่งนี้นั้นมันเป็นวิหานของไดอานาเมืองเอฟฟิซุสประเทศกรีซ นอกจากนี้ในที่แห่งนี้ มันถูกสร้างขึ้นมาด้วยหนอ่อนเมื่อประมาณ550ปี ก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งภายในตัวของวิหารนั้นมันก็มีความกว้างประมาณ160ฟุต และ ได้มีความยาวประมาณ342ฟุต และในส่วนของหลังคานั้นมันก็ได้ทำมาจากไม้มุงกระเบื้องหินอ่อน ต้องบอกเลยว่ามันเป็นวิหารที่มีความสวยงามมากที่สุดเลยจริงๆ อีกทั้งยังได้มีความเชื่อกันว่าที่สร้างขึ้นมานั้นเพื่อจะถวายแด่เทพธิดาอาร์ทิมิส

ซึ่งได้เสด็จลงมาจากสวรรค์เพื่อลงมาช่วยให้ชาวเมืองนั้นไปพ้นจากภัยพิบัติและรวมไปถึงความหายนะต่างๆทั้งหลายทั้งปวง นอกจากนี้ภายในอดีตนั้นทางด้านวิหารไดอานานั้นก็ได้มีการบูรณะและได้เข้ามาซ้อมแซมกันอยู่ตลอด ซึ่งเป็นเพราะว่าได้ถูกไฟไหม้ขึ้นนั่นเองนอกจากนี้ภายในปัจจุบันนี้นั้นมันก็เหลือเอาไว้แค่เพียงรากโครงสร้างที่สวยงามที่เหลือเอาไว้ให้ได้ศึกษากันต่อไปที่มีความเกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้อีกต่อไป

อนุสาวรีย์โคโลสซูสแห่งเกาะโรดส์

สำหรับสถานที่แห่งนี้นั้นคืออนุสาวรีย์โคโลสซูสแห่งเทพเจ้าอพอลโล ซึ่งได้เป้นรูปปั้นที่ได้หล่อขึ้นมาด้วยทองคำสำริด ซึ่งอยู่ในรูปท่ายืน ซึ่งได้ตั้งอยู่ที่เมืองโรดส์ ที่ประเทศกรีซ นอกจากนี้รูปปั้นก็ยังได้มีความสูงประมาณ120ฟุต และ ได้สร้างขึ้นมาเมื่อในปีก่อน300ปีก่อนคริสตศักราช เนื่องจากนี้เมื่อได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อประมาณ30ปีก็ได้พังลงมาเป็นเพราะว่ามีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อ20ปีก่อนคริสตศักราชทั้งนี้ก้ไม่ได้มีการบูรณะอะไรเลนทั้งสิ้นนานกว่า900ปี

 

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  bk8 slot

สมัยสงครามโลกที่สอง

การสู่รบระหว่าง ทหารไทย กับ ทหารฝรั่งเศส สมัยสงครามโลกที่สอง

สำหรับบ้านพร้าวนั้น ได้เป็นหมู่บ้านยุทธศาสตร์ ซึ่งได้ตั้งอยู่ในเขตเมืองศรีโสภณของกัมพูชาแค่ห่างจากชายแดนไทยประมาณ10กิโลเมตร นอกจากนี้ด้าน พันตรี นิ่ม ชโยดม ก็ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา เพื่อให้เข้ายึดและได้วางกำลังเอาไว้ที่บ้านพร้าวตามแผนการรบครั้งใหญ่ของกองทัพไทยในสมัยสงครามอินโดจีน ด้านพันตรี นิ่ม นโยดม

ซึ่งได้เป็นยศในขณะนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้บังคับบัญชาที่เข้มงวดแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหน้าที่ให้ความ สำคัญกับสวัสดิภาพและชีวิตของผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งท่านก็ได้ถือว่าชีวิตของผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นความรับผิดชอบของท่าน ซึ่งท่านก็ได้มีความปรารถนาอยากให้ทุกคนได้กลับบ้านไปหาครอบครัวอย่างปลอดภัยไม่ต้องบาดเจ็บและเสียชีวิตโดยไม่จำเป็น

ดังนั้น เมื่อกองทัพของทหารราบที่3ได้เดินทางไปถึงบ้านพร้าว ในวันที่13มกราคม2484ก็ได้พบเรื่องที่น่าแปลกใจเพราะว่าบ้านพร้าวกลับมีสภาพเป็นหมู่บ้านร้างประชาชนนั้นได้ย้ายถิ่นฐานกันออกไปหมดแล้วแต่ก็ไม่มีทหารฝรั้งเศสที่จะตั้งฐานที่มั่นอยู่เลยแม้แต่นายเดียว นอกจากนี้ พันตรี นิ่ม ชโยดม ก็ได้เห็นว่ามันเป็นความผิดปกติมากๆและในความผิดปกติที่น่าสงสัย หากได้ทำตามคำสั่งหน่วยเหนือและได้ตั้งกำลังที่หมู่บ้านพร้าวมันก็อาจจะเป็นการเดินเข้าสู่กับดักหลุมพรางของฝรั่งเศสและทหารในกองทัพก็อาจจะตกอยู่ในอันตรายด้วยกันทั้งหมด

ถึงแม้ว่าจะพยายามปรึกษากับสายบังคับบัญชาแต่ก็ได้รับคำสั่งมาว่าห้ามเคลื่อนย้ายอย่างเด็ดขาดให้ตั้งฐานอยู่ที่บ้านพร้าวตามแผนที่ได้วางเอาไว้  พันตรี นิ่ม ชโยดม แม้จะรู้ว่าเป็นการผิดวินัยของทหารอย่างร้ายแรงและตนเองอาจจะได้รับโทษที่หนักหลังเสร็จการศึกแต่เขาก็ได้เลือกที่จะรักษาชีวิตของทหาร

โดยการสั่งให้กองพันย้ายที่ตั้งเลยออกไปจากบ้านพร้าวอีกประมาณ4กิโลเมตรในที่บริเวณลำห้วยที่มีชื่อว่าห้วยยางแทนแต่ในการย้ายฐานที่มั่นในครั้งนี้มีสิ่งที่สำคัญที่สุดคือมันต้องเป็นการโยกย้ายอย่างเงียบเชียบและมีระเบียบวินัยอย่างสูงเพื่อไม่ให้ข้าศึกนั้นได้รู้ตัวเป็นอันขาดการตัดสิสนใจย้ายที่ตั้งอย่างลับๆนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมากๆเพราะการที่ฝรั่งเศสได้ทิ้งบ้านพร้าวเป็นหมู่บ้านร้างเอาไว้ก็เพื่อให้ทหารไทยตายใจ

แล้วค่อนกลับมาล้อมถล่มอีกครั้งตามแผน  พันตรี นิ่ม ชโยดม ได้ทำการตลบหลังกองพันทหารเดนตายของฝรั่งเศสโดยการแสร้งว่าทหารไทยได้ตั้งค่ายอยู่ในหมู่บ้านพร้าวแต่ที่จริงแล้วทั้งกองพันนั้นได้เคลื่อย้ายกำลังมาตั้งฟอร์เมชั่นรูปปากฉลามที่ห้วยยางเพื่อรอให้ทหารฝรั่งเศสเดินเข้าสู่กับดักด้วยตัวเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  next 888

3สัตว์สุดแปลกที่เป็นเมนูแสนอร่อย

 

ทาก

และสำหรับสัตว์ชนิดนี้มันได้เป็นทะเลที่ไม่มีเปลือกซึ่งลักษณะที่ดูคล้ายกับปลิงที่มันมีหนวดและแน่นอนว่ามันได้เป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังโดยคนชาวฝรั่งเศษนั้นเขาได้นิยมนำเอามารับประทานกัน

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะชอบกินมันแบบดิบๆกันเลยที่เดียวและก็ยังได้มีคนในบางส่วนก็ได้นำเอามาปรุงให้มันสุกก่อนจากนั้นก็ค่อยนำเอามารับประทานและการที่รับประทานแบบดิบๆมันก็อาจจะทำให้คุณนั้นได้มีความเสี่ยงและถึงขั้นติดเชื้อได้กันเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นหากใครที่คิดจะกินมันก็ควรนำเอามันไปปรุงให้มันสุกก่อนกินจะดีกว่าตัวคุณเองนั้นก็จะไม่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้ออีกด้วย

ค้างคาว

และสำหรับเจ้าค้างคาวนั้นมันได้ถูกจัดที่เลี้ยงลูกด้วยนมได้มีลำตัวขนาดเล็กและมันก็ได้มีปีกที่บินได้และมันก็ยังได้ตกเป็นอาหารที่แสนจะอร่อยของใครหลายๆคนเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นซุปแกงปิ้งย่างคุณก็จะอร่อยและเต็มอิ่มกับมื้อนั้นกันเลยทีเดียว

เพราะมันได้เป็นอาหารที่คนชาวญี่ปุ่นเขานิยมชอบหานำเอามารับประทานกันอยู่บ่อยๆเพราะมันแปลกและไม่ว่าใครจะกินได้กับเมนูค้างคาวนี้เพราะมันจะมีราคาที่แพงมากจึงจะมีแต่คนที่มีกระตังเท่านั้นที่จะรับประทานซุปค้างคาวเหล่านี้ได้

หอยงวงช้าง

และสำหรับหอยชนิดนี้นั้นรูปร่างมันอาจจะดูเหมือนกับอะไรซักอย่างที่มันดูครั้งแรกใครก็จะต้องคิดกันทั้งนั้นว่ารูปร่างของหอยที่มันได้มีน่าตาแปลกๆตัวนี้มันมองดูแล้วมันได้คล้ายกับอวัยวะของเพศชายกันเลยที่เดียว ซึ่งหอยชนิดนี้เราจะสามารถพบเห็นได้ที่แถบทะเลแปซิฟิกและอเมริกาเหนือแถวแคนาดาจากนั้นมาก็ได้มีการออกล่าหาจับหอยกันเป็นจำนวนมาก

เพื่อส่งออกไปทำเป็นอาหารให้กับประเทศจีนนั้นเองซึ่งประเทศจีนนั้นถือได้ว่าเป็นผู้ที่นำเข้าหอยงวงช้างที่ใหญ่มากที่สุดในโลก ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วเจ้าหอยงวงช้างชนิดนี้ก็ตามชื่อที่คนชาวอินเดียแดงได้ตั้งให้เลยว่าขุดให้ลึกเพราะว่าตลอดระยะเวลาของเจ้าหอยงวงช้างชนิดนี้นั้นมันก็จะค่อยๆขุดดินลึกลงไปเรื่อยๆและยิ่งมันได้มีอายุที่เยอะตัวของมันก็จะใหญ่ขึ้น

และยิ่งใหญ่มันก็จะอยู่ลึกมากขึ้นเท่านั้นซึ่งมันจะทำการปล่อยงวงของมันขึ้นมาเพื่อทำการอาหารซึ่งมันจะเป็นอาหารแพลงตอนเท่านั้นที่มันจะกินและเจ้างวงที่กล่าวนั้นมันก็สามารถที่จะยืดออกมาได้10เท่าตัวของตัวมันกันเลยที่เดียวดังนั้นในการที่จะจับหอยชนิดนี้ในแต่ละครั้งนั้นจึงจะต้องขุดให้ลึกลงไปมากที่สุดเลยล่ะ

 

สนับสนุนโดย  next88 pantip