ตำนาน

เฮนรี ฮัดสันผู้ที่เดินเรือไปพบกับนางเงือก

หมอผีแห่งฮากาตะ

ประเทศญี่ปุ่นได้มีสำพันที่ยาวนานกับนางเงือกแม้ว่าในตำนานของนางเงือกในญี่ปุ่นจะมีลักษณะที่คล้ายปลาดังที่เราคุ้นเคยมากกว่านางเงือกในยุโรป ซึ่งนางเงือกในญี่ปุ่นมักจะมีฟันที่แหลมคมมีเขาบ้างในบางครั้งและว่ากันว่านางเงือกในญี่ปุ่นนั้นมีพลังเวทมนต์ด้วยในปี1222มีการกล่าวขึ้นนางเงือกว่ามีคนเห็นนางเงือกว่ายน้ำอยู่ที่อ่างฮากาตะ

หมอผีในท้องที่ดังกล่าวได้ประกาศว่านางเงือกเป็นรางดีและมีการนำซากศพของนางเงือกเอาไปฝังเอาไว้ที่วัดวงค์แห่งเทพเจ้ามังกรเป็นเวลาหลายปีที่มีผู้มาเยียบชมวัดมักจะได้รับน้ำดื่มซึ่งเชื่อว่าได้มาจากกระดูกนางเงือกที่เปียกโชคผู้คนเชื่อว่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวจะช่วยป้องกันโรคต่างๆนาๆ ซึ่งกระดูกนางเงือก6ชิ้นยังคงอยู่ในพระวิหารและถูกขัดถูจนมันวาวผู้ที่เข้ามาเยียบชมหลายคนก็ยังจะเดินทางไปยังที่หลุมฝั่งศพของนางเงือก

ซึ่งมันอาจจะอธิบายได้หรือไม่ว่าทำไมผู้ที่อยู่ประจำวัดถึงไม่ตัดสินใจที่จะทดสอบตรวจดีเอ็นอกับกระดูกนางเงือกแต่อย่างไรก็ตามนักศึกษาบางคนที่ได้ศึกษาของกระดูกนางเงือกได้เชื่อว่ากระดูกดังกล่าวนั้นมันอาจจะมาจากมากกว่าสัตว์1ตัวแต่มันไม่ได้มาจากสัตว์น้ำที่เรารุ้จัก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าในความเป็นจริงแล้วกระดูกของนางเงือกนั้นอาจเป็นกระดูกของวัวที่ล้มตายและเหลือเศษซากเอาไว้ตามธรรมชาติ

เฮนรี ฮัดสัน

เฮนรี ฮัดสันเป็นนักสำรวจในชาวอังกฤษในช่วงต้นศตวรรษที่17เขาเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีจากการสำรวจของเขาในอเมริกาเหนือและสำหรับอ่างช่องแคบรวมถึงแม่น้ำที่ถูกตั้งชื่อให้เป็นเกียรติให้แก่เขาโดยเขาได้ไปสำรวจถึง4ครั้งเพื่อหาเส้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปยังทิศตะวันออกเมื่อเขาเดินทางผ่านอาร์ทติส

ซึ่งเป็นพื้นที่โดยบริเวณขั่วโลกเหนือเรือของเขาได้ถูกบล็อคอยู่ในน้ำแข็งในระหว่างเดินทาง ซึ่งในการเดินทางในครั้งที่สองเขาก็ได้เปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือและแล่นเรือไปทางตะวันออกเฉียงเหนือไปยังภูมิภาคของรัสเซียกลุ่มของมหาสมุทรอาร์ทติสที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศรัสเซียแต่นี่ก็ได้เป็นอีกครั้งที่เส้นทางเดินเรือของเขาไปถูกบล็อคด้วยน้ำแข็

งและเขาก็ต้องถูกให้บังคับให้ล่าถอยไปซึ่งในขณะที่เรือของเขาอยู่ในน้ำรัศเซียนั้นในที่สุดเขาก็ได้เผชิญหน้ากับนางเงือกเฮนรี ฮัดสันได้เล่าถึงนางเงือกของตนว่าครึ่งบนของนางเงือกจะมีรูปร่างขณะผู้หญิงที่โตเต็มวัยมีผิวที่ขาวและผมยาวสีดำส่วนครึ่งล่างของนางเงือกนั้นก็เป็นรูปร่างคล้ายกับปลาโลมา

 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆมาจากเว็บ  bk8

เกิดอะไรขึ้นจากซากศพของโคลัมบัส

การที่ได้มีการสำรวจจากนักโบราณคดีต่างๆเพื่อที่จะหาข้อมูลให้ได้ว่าสิ่งเหล่านี้นั้นมันมาจากที่ใดและมีความสำคัยอย่างไรกับพื้นที่แห่งนี้ และยังไม่ได้คำตอบเลยว่าสิ่งของพวกนี้นั้นใครเป็นสร้างและพวกเขานั้นจะสร้างมันเอาไว้เพื่ออะไรและยังรวามไปถึงซากศพที่ได้มีการค้นย้ายไปเก็บเอาไว้ที่ไหนกันแน่

กองหินปริศนาคาร์นัค

โดยบริเวณหมู่บ้านคาร์นัคในฝรั่งเศษ ก็ได้ค้นพบกองกินตั้งแต่ยุดก่อนประวัติศาสตร์มากกว่า3000ก้อน ซึ่งโดยได้คาดการไว้ว่าคนจากในก่อนยุคพรี เซลล์ทิกซึ่งเป็นผู้ตั้งหินก้อนเมื่อประมาณ4,000 6,000 ห้าร้อยปีก่อนก้อนหินคาร์นัคประกอบด้วยหินเดียวมากมายที่เราได้รู้จักกันดีในชื่อ Men Hair ที่นี่ก้ได้ถือว่าเป็นปรากฏการณ์หินตั้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แต่ก็ยังไม่มีใครรู้ได้เลยว่าพวกเขานั้นได้ทำมันขึ้นมาเพื่ออะไรกลุ่มหินหลักซึ่งจะประกอบไปด้วยหินประมาณ12แถวและมีความยาวประมาณเกือบ1.6กิโลเมตรซึ่งโดยปลายแถวในแต่ละฝังจะมีกลุ่มหินที่ได้ตั้งเป็นวงกลมอยู่ทางฝังตะวันตกนั้นจะเป็นหินที่มึความสูงกว่า4.3เมตรแต่สำหรับหินที่อยู่ทางด้านฝังตะวันออกจะมีจำนวนที่เยอพะกว่ามาก

และมีความสูงปรมาณ0.6เมตร และตามตำนานของชาวท้องถิ่นกองกำลังของทหารโรมันเดินทัพเข้ามายังในพื้นที่ตอนที่พ่อมดมือลิงกำลังเสกให้หินนั้นได้ตั้งขึ้นแต่มันก็ยังไม่มีหลักฐานที่จะเอามายืนยันทางด้านความคิดนี้ได้ดังนั้นมันก็น่จะเป็นปริศนาไปอีกประมาณ6พันปีนั้นเอง

เกิดอะไรขึ้นกับซากศพของโคลัมบัส

อย่างที่คุณนั้นพอที่จะดาวได้ว่านักสำรวจที่มีอิทธิพลอย่างโคลัมบัสที่ได้รับความเคราพนับถือเป็นอย่างมากและเนื่องด้วยเป็นบุคคลที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์และไม่มีใครที่จะแน่ใจเลยสักคนว่าร่างของเขานั้นได้ถูกฝังเอาไว้ที่ไหนและด้วยความที่สับสนที่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าในการฝังศพใหม่ในหลายๆครั้งก็ได้เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี1506ในตอนที่ลูกชายของเขานั้น

ไม่พอใจกับที่จะฝังศพเอาไว้ในเมืองวาลลาโดลิดประเทศสเปนจึงได้ย้ายร่างของเขานั้นมาที่สุสานคริสโตเฟอร์ร่างของเขาจึงอยู่ที่นั่นจนถึงปี1542จากนั้นจึงได้ถูกย้ายไปซานโตโดมิงโกแต่เมื่อในปี1795

ในตอนที่ฝรั่งเศษพิชิตเกาะในจากสเปนกระดูกของโคลัมบัสก็ได้ถูกย้ายไปที่ฮาวานาประเทศคิวบาและเมื่อคิวบาได้รับอิสระภาพจากสเปนในปี1998ร่างของเขาก็ได้ถูกส่งกลัมาที่มหาวิหารเซบียาอีกรอบ ดังนั้นมันก็ยังคงเป็นปริศนากันต่อไปว่าร่างของเขานั้นมันอยู่ที่ไหนกันแน่