ตำนาน

Victor Frankensteinได้คืนชีพให้กับแฟรงเกนสไตน์

แรงบันดานใจของVictor FrankensteinและHenry Clerval เพื่อนของเขาที่ต้องการที่จะฟื้นคืนชีพให้กับสิ่งที่มีชีวิตอยู่หลังจากนั้นVictor Frankensteinเขาก็ได้เดินไปที่หลุมศพที่อยู่ใกล้บ้านของเขาจากนั้นก้ได้ทำการขุดศพเหล่านั้นขึ้นมาพร้อมกับตัดชิ้นส่วนของศพหลายๆศพที่ได้มีความใกล็เคียงกับคำว่าสมบูรณ์มากที่สุดมาเป็นชิ้นๆและนำเอามาเย็บต่อๆกันในทุกๆจุดทุกๆส่วน

และมีการเชื่อมต่ออวัยวะที่อยู่ภายในรวมถึงเส้นเลือดต่างๆเข้าด้วยกันด้วยจากนั้นเขาก็ได้ตั้งชื่อให้กับศพตนนี้ว่าแฟรงเกนสไตน์นั้นเอง ซึ่งหลังจากผลการทดลองในครั้งนี้ผลที่ได้ออกมาคือมันประสบความสำเร็จแต่มันประสบความสำเร็จเพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆในขณะที่ได้ช็อดไฟฟ้าเข้าไปหาศพที่เขาได้สร้างมันขึ้นมามันได้เกิดการขยับของแขนขึ้นมา

แต่การขยับของแขนในครั้งนั้นมมันจะขยับที่มีไฟฟ้าเพียงเท่านั้นพอปิดไฟฟ้าหรือดับลงไปมันก็แน่นิ่งไปเหมือนเดิมVictor Frankensteinที่ได้รู้สึกว่ามันประสบความล้มเหลวกับการทดลองนี้ก็ได้เดินออกจากห้องทดลองไปและกลับเข้ามาในห้องทดลองอีกทีพร้อมกับพบว่า สิ่งมีชีวิตที่เขาได้สร้างมันขึ้นมาตนนั้นมันได้หายไปจากเตียง

ซึ่งพอVictor Frankensteinได้เห็นตรงนี้เขาเลยมั่นใจได้ว่าเขาไม่ได้ประสบความล้มเหลวแต่เขาประสบความสำเร็จในการคืนชีพสิ่งมีชีวิตขึ้นมาเขาเลยได้ทำการค้นหาแฟรงเกนสไตน์ที่บริเวณภายในบ้านของเขาแต่อยู่ดีVictor Frankensteinก็ได้รับข่าวร้ายจากคนรู้จักว่าน้องชายของเขาได้ถูกฆาตกรรมจากการบีบรัดอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตและจากเหตุตรงนี้Victor Frankensteinก็ได้มั่นใจได้เลยว่าคนที่ทำให้น้องชายของเขาได้เป็นแบบนี้มันน่าจะเกิดขึ้นมาจากซากศพที่เดินได้ที่เขาได้สร้างมันขึ้นมานั้นเอง

จากนั้นVictor Frankensteinก็ได้ทำการหาจนรอบบ้านแต่ไม่มีการค้นพบเขาเลยได้ตัดสิ้นใจออกไปตามหาเจ้าแฟรงเกนสไตน์ที่ข้างนอกและใช้เวลาหลายปีกว่าที่เขาจะพบเจอและหลังจากที่Victor Frankensteinได้พบกับเจ้าแฟรงเกนสไตน์ สิ่งแรกที่แฟรงเกนสไตน์ได้พูดกับVictor Frankensteinนั่นก็คือเขาไม่ได้มีการเจตนาที่จะฆ่าน้องชายของVictor Frankenstein

แม้แต่นิดเดียวเลย ซึ่งเหตุการณ์ในตำนานที่เขาได้บอกเอาไว้เขาได้บอกว่าแฟรงเกนสไตน์ได้ฟื้นขึ้นมาจากการทดลองในครั้งนั้นและได้ไปเจอกับน้องชายของVictor Frankensteinเจ้าแฟรงเกนสไตน์เขาเลยคิดว่าน้องชายของVictor Frankensteinเป็นพ่อก็เลยเข้าไปกอดแต่เดียวแฟรงเกนสไตน์ไม่สามารถควบคุมแรงกอดหรือแรงของตัวเองได้เลยทำให้การกอดครั้งนั้นเป็นการบีบรัดน้องชายของVictor Frankensteinจนทำให้สิ้นใจนี่เอง

 

สนับสนุนโดย  bk8

ตำนานผี เกี่ยวกับไสยศาสตร์

เมื่อ 16 ปีที่แล้วเพื่อนของฉันเล่าว่าแม่ของภรรยาของเขาถูกของจากใครก็ไม่รู้ และวันนี้ฉันจะมาเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  แม่ภรรยาของเพื่อนฉันเป็นคนที่อยู่ภาคใต้และตอนนี้พ่อของภรรยาเพื่อนฉันอายุ 30 อยู่เลยแม่ของภรรยาเพื่อนฉันอายุได้ 51 แล้ว แต่พ่อก็ไม่เคยรังเกียจเลย  และมีอยู่มาวันหนึ่งสองคนนี้ทะเลาะกันมา 4-5 วันแล้วพ่อของภรรยาเพื่อนฉันก็หนีแม่ของภรรยาเพื่อนฉันไปที่บ้านเกิดและยังบอกอีกว่า “อย่าได่เจอกันอีกเลย”

และแม่ของภรรยาเพื่อนฉันก็ไม่ยอมกินอาหารและนอนไม่หลับ 4-5 วันแต่ก่อนแกเป็นคนที่ร่าเริงแต่ตอนนี้แกไม่คุยกับใครเลย พอทำงานเสร็จก็เข้าอยู่ห้องอย่างเดียวไม่ไปไหนถึงเพื่อนของฉันและภรรยาของเขาจะพูดอย่างไรแกก็ไม่ยอมทำตามถึงนำอาหารไปไว้ที่หน้าห้องแกก็ไม่หยิบออกมากินจนมันบูด และยังพูดว่าออกไปและร้องไห้เสียงดังอยู่ในห้องคนเดียวไม่รู้ว่าไปเสียใจเรื่องอะไรมา  2 วันต่อมาน้าของภรรยาเพื่อนฉันก็มาเก็บของในห้องของแม่ของภรรยาเพื่อน

ฉันเห็นว่าทิชชู่เปื้อนเลือดเป็นก้อนใหญ่ๆเท่านิ้วโป้งอยู่ใต้หนอนแต่ก็ไม่ใช่ของแม่ของภรรยาเพื่อนฉันและยังมัดด้วยสายสิญจน์4 ครั้งน้าตกใจมากมากและคิดว่าทำไมถึงมีสิ่งนี้อยู่ใต้หมอนและน้าของภรรยาเพื่อนฉันเห็น ก็รู้ทันทีว่าแม่ของภรรยาเพื่อนฉันถูกของจึงนำไปเผาทิ้งจนของหายทันทีและต่อมาแม่ของภรรยาไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้นอีก

แต่เราก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนที่ทำให้แม่ของภรรยาเพื่อนฉันถูกของอย่างนี้และพ่อของภรรยาเพื่อนฉันก็กลับมาหาแม่ของภรรยาเพื่อนฉันทันทีและขอโทษที่ตัวเองทำผิดและหนีไปอยู่ที่อื่นจนทำให้แม่ของภรรยาต้องถูกของ “พ่อมันไม่ดี” แต่ว่าแม่ของภรรยาเพื่อนฉันก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะน้าก็ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับแม่ของภรรยาเพื่อนฉัน

เพราะไม่อยากให้เธอต้องกลัว และแม่ของภรรยาเพื่อนฉันเล่าว่าเมื่อตอนที่เธอเข้าไปในห้องและอยู่ดีดีน้ำอะไรก็ไม่รู้ที่มีสีเหลืองตกลงมาใส่แม่ของภรรยาเพื่อนฉันและทุกทุกคนก็ต่างตกใจมากแต่คนที่หนักที่สุดมีอยู่2 คนคือพ่อ และภรรยาของเพื่อนฉัน พ่อของภรรยาของเพื่อนฉันถึงกับช็อกแต่ว่าภรรยาของเพื่อนฉันกับสินสติไปเลย

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน จ่ายจริง

ตำนานผีคุณยายสปีด

เรื่องเล่านี้เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีที่แล้วโดยมีหญิงแก่คนหนึ่งแกเป็นคนที่มักจะมาซื้อของที่ตลาดหน้าวัดแถวๆนั้นจะเป็นทางโค้งจะมีพวกเด็กวัยรุ่นมักจะมาขี่มอเตอร์ไซค์ขับมอเตอร์ไซค์เร็วๆกันบ่อยๆตรงนั้นเป็นทางโค้งข้างๆทางโค้งก็จะเป็นวัดแล้วก็มีตลาดจากก็จะเป็นตาทิพย์ทุกๆวันจะมาซื้อของที่ตลาดบ่อยๆโดยป้าคนนี้มีชื่อว่าป้าแก้วมีอยู่วันหนึ่งที่ป้าแก้วมาซื้อขนมหน้าวัดแล้วก็มีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนึงพวกเขานั้นใส่เสื้อสีแดงกันทั้งกลุ่มขับรถมาเร็วมาก

แล้วไม่ทันระวังแกล้งคนหนึ่งได้เผลอขับมอเตอร์ไซค์ไปทับร่างของคุณยายแก้วจนแกนั้นตายคาที่ทันทีที่ส่วนในร่างกายจะดึงออกมาเป็นภาพที่สยดสยองจิตราคนหลายๆคนเมื่อเป็นอย่างนั้นกลุ่มแก๊งวัยรุ่นที่ขี่ทับร่างของคุณยายแก้วก็พากันขับมอเตอร์ไซค์หนีไปแล้วไม่กลับมาแถวนั้นอีกหลังจากผ่านไป 1 ปีทุกครั้ง

ที่มีคนขับมอเตอร์ไซค์มาตอนกลางคืนจะมีคนที่ต้องตายตรงทางโค้งโดยจะเป็นจุดที่ป้าแก้วตายตลอดทำให้หลายคนเชื่อว่าป้าแก้วยังวนเวียนอยู่และพร้อมที่จะล้างแค้นกับคนที่ฆ่าป้าแก้วเคยอยู่คนนึงโดยเป็นหนึ่งในแก๊งที่ได้เดินทางขับมอเตอร์ไซค์ผ่านมาที่ทางโค้งที่เคยฆ่าแก้วโดยจริงๆแล้วนั้นเขาก็เคยได้ยินเรื่องราวของป้าแก้วว่ามาหลอกหลานคนอื่นเช่นเดียวกันแต่เขาไม่ได้สนใจอะไรแล้วก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปพร้อมกับแฟนเก่าๆในตอนแรกที่เขาพาแฟนขับไปส่งถึงที่บ้านก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่ขากลับคือสิ่งที่ทำให้เขาจะต้องไม่มีชีวิตอยู่ไปตลอดชีวิตโดยระหว่างขากลับนั้นเขาก็เห็นคุณยายคนหนึ่งยืนโบกรถอยู่ตรงหน้าวัดเขาเลยขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปใกล้ๆเพราะมีความรู้สึกว่าเหมือนคุณยายของเขาเองแต่ไม่นานนักหลังจากที่พอเขากลับไปที่หน้าวัดจริงแต่คนนั้นก็หายตัวไปอย่างปริศนาเขางงมากและพยายามจะขับต่อไปไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงวิ่งเสียงดังมากเหมือนกับว่ามันเข้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆเมื่อเขามองไปที่กระจกเพื่อส่องดูด้านหลังเข้าพบกับคุณยายนั่นก็คือป้าแก้วที่เขาเคยขับทับร่างกำลังวิ่งตามเขามาอยู่ด้วยความเร็วยิ่งกว่ารถอีก

โดยตอนนี้ป้าแก้วก็กำลังยืนอยู่ข้างๆรถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังขับไปอยู่ตามถนนโดยป้าแก้วแกบอกว่า แกต้องตายแกต้องชดใช้กับสิ่งที่แกทำกับฉัน เมื่อได้ยินดังนั้นพร้อมกับเห็นภาพที่น่าสยดสยองคนขับมอเตอร์ไซค์ก็รีบขับไปให้เร็วกว่าเดิมแต่พอจับคนทางโค้งเขาก็รู้สึกเหมือนว่ามีใครมานั่งที่ด้านหลังมอเตอร์ไซค์ของเขาตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เขาเสียวสันหลังเป็นอย่างมาก

และเมื่อหันหลังไปเขาก็พบกับคุณยายป้าแก้วนั่นเองที่กำลังจับไหล่เขาอยู่เขากลัวมากฝากมอเตอร์ไซค์ไปมาจนข้าวของข้างวัดเสียหายจนสุดท้ายเขาก็ดันหักเลี้ยวรถจะไปชนกับป่าทึบตรงต้นไม้และกิ่งไม้ก็ได้ทิ่มแทงตัวเขาจนทะลุทำให้เขาเสียชีวิตค่ะที่ทันทีทุกครั้งที่มีคนขับมอเตอร์ไซค์มาตอนกลางคืนโดยเฉพาะคนที่ใส่เสื้อสีแดงจะต้องตายอย่างอนาถเพราะกลุ่มแก๊งที่ทับร่างของป้าแก้วคือกลุ่มแก๊งขับมอเตอร์ไซค์ที่ใส่เสื้อสีแดงทำให้ไม่ว่าใครก็ตามที่ใส่เสื้อสีแดงที่ผ่านมาแถวนี้แหละขับมอเตอร์ไซค์

ในจำกลางคืนจะทำให้ถั่วฝักยาวหล่อๆกันจนตายแต่ตอนนี้วิญญาณของป้าแก้วก็ได้หายไปแล้วและตอนนี้ที่นั่นก็ไม่มีวิญญาณอะไรอีกแต่ก็ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เดิมที่หลายคนมักจะไปกันที่วัดแห่งนั้นและตอนนี้ประเทศที่ว่าก็ได้หายไปแล้วและหลายคนก็เชื่อว่าวิญญาณของป้าแก้วได้แก้แค้นแล้วเพราะคนในเกมบางปะแก้วได้ตายหมดแล้วทำให้ป้าแก้วได้ไปเกิด

 

สนับสนุนโดย sagameผ่านมือถือ

ตำนานวิญาณหลอน พระราชวังจันทร์เกษม

               สำหรับตำนานที่พระราชวังจันทร์เกษมนี้เป็นเรื่องเล่าที่มีการพูดถึงกันปากต่อปากมาจากกลุ่มคนที่เป็นนักโบราณคดีในสมัยก่อนโดยมีรุ่นพี่นักโบราณคดีขอพวกเขาได้ไปทำงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและได้เข้าพักที่พระราชวังจันทร์เกษม ตรงบริเวณพระที่นั่งวิมานสัตยามีอยู่คืนหนึ่งหลังจากที่นักโบราณคดีและคนอื่นเสร็จงานแล้ว

จึงได้ชวนกันไปกินเหล้าที่ร้านแห่งหนึ่งในตลาดของตำบลหัวร่อหลังจากที่กินเหล้ากันเมาจนได้ที่แล้วจึงได้ชักชวนกันเดินทางกลับที่พักซึ่งเป็นที่พระราชวังจันทร์เกษมนั่นเองแต่เนื่องจากว่าทุกคนนั้นมีอาการเมาจึงไม่ได้มีการรักษากิริยาอาการและไม่ระมัดระวังพากันพูดคุยหัวเราะเฮฮาเสียงดัง และที่สำคัญแทนที่พวกเขาจะเดินตรงเข้าไปยังที่พักของพวกเขาเลยแต่พวกเขากลับเดินเล่นไปทาง หอพิสัยสัญลักษณ์ พวกเขาคิดเพียงแค่ว่าอยากจะไปเดินเล่นตากลมเย็นๆ

ให้คลายความเมาก่อนที่จะเข้าห้องพักแค่นั้นเอง และในระหว่างที่พวกเขาเดินไปที่แห่งนั้นพวกเขาก็ได้นั่งพักผ่อนอยู่ที่ตรงบริเวณบันไดก่อนขึ้นหอ แต่ขนาดนั้นเองทุกคนก็มองไปเรื่อยๆบริเวณรอบๆหอซึ่งเมื่อพวกเขามองไปที่ฐานตรงหอพิสัยสัญลักษณ์พวกเขาต่างก็เห็นเหมือนกันว่า พวกเขาเห็นเป็นเงาของคนจำนวนมากกำลังพากันเดินมาทางที่นักโบราณคดี

และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆกำลังนั่งกันอยู่ตรงบริเวณฐานของหอพิสัยสัญลักษณ์นั่นเอง และเมื่อเงาต่างๆเหล่านั้นเดินเข้ามาใกล้ๆพวกนักโบราณคดีและเจ้าหน้าที่ต่างก็เห็นเหมือนกันว่าเงาที่เดินตรงเข้ามานั้นมีเพียงแค่ท่านบนเท่านั้นแต่ไม่มีท่อนล่าง เชื่ออย่างสนิทแปลว่าเงาที่กำลังเดินเข้ามาหาพวกเขาแล้วไม่มีท่อนล่างนั้นคือเงาของเดือนวิญญาณได้แน่

ในขณะที่พวกเขาก็กลัวแต่ก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวเองได้นั้นก็มีคนหนึ่งในกลุ่มได้มีการนำไฟฉายส่องไปยังบริเวณเงาที่กำลังเดินเข้ามานั่นเอง แล้วเมื่อมีการส่องไฟฉายไปจึงได้เห็นมากขึ้นกว่าเดิมว่าร่างกายท่อนบนที่เห็นมืดเป็นเงาดำอยู่นั้นมีเพียงอวัยวะด้านในร่างกายหลุดออกมาห้อยเต็มไปหมดซึ่งหลังจากที่เห็นภาพดังกล่าวทุกคนที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้ก็มีแรงฮึดสู้ต่างก็พากันวิ่งหนี 

           ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้นักโบราณคดีหลายคนเชื่อกันว่าเนื่องจากสถานที่พระราชวังจันทร์เกษมนั้นเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเมื่อนักโบราณคดีและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆนั้นทำกิริยาที่ไม่เหมาะสมไม่เคารพสถานที่จึงทำให้เจ้าของสถานที่นั้นจำเป็นต้องออกมาสั่งสอนให้นักเรียนคดีและเจ้าหน้าที่คนอื่นนั้นได้หลาบจำ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน ดีที่สุด pantip

ตำนานสาวสวยกับปีศาจร้ายอย่าง Beauty and the Beast 

มีพ่อค้าคนหนึ่งเขามีลูกอยู่ 3 คนทั้ง 3 คนและพ่อของเขาร่ำรวยมากเนื่องจากเป็นพ่อค้าที่โด่งดังแต่มีอยู่วันหนึ่งที่เรือที่กำลังขนของส้มกลางทะเลทำให้พ่อค้าต้องใช้เงินทั้งหมดที่เก็บไว้จ่ายค่าเสียหายให้กับลูกค้าจนเขาก็ไม่เหลืออะไรเลย

เขาต้องการที่จะเดินทางไปที่เมืองอื่นแต่เขากลับหลงทางในป่าและเขาก็พบกับแสงสว่างเมื่อเขาเดินตามมันไปเขาก็พบกับปราสาทแห่งหนึ่งที่ดูหรูหรามากเมื่อเขาเดินเข้าไปที่ประตูรั้วประตูก็เปิดเองและเขาก็เดินเข้าไปหลังจากนั้นเมื่อเดินเข้าไปในวันสอบก็พบกับอาหารน่าทานมากมายและเขาก็กินมันด้วยความหิวโหยจะหมดโต๊ะหลังจากนั้นเขาก็เดินขึ้นชั้น 2 ของวังและพบกับห้องนึงเขาเปิดมันเข้าไปแล้วก็พบกับห้องนอนที่หรูหรามาก

ด้วยความเหนื่อยเขาจะรีบอาบน้ำแล้วก็นอนที่นั่นเลยเช้าวันต่อมาเขาพบว่าเสื้อผ้าที่หรูหราเตรียมไว้ให้เขาแล้วนอกจากนั้นเมื่อลงไปชั้นล่างเขาก็พบกับอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะมากมายเมื่อเขากินจนอิ่มเขาตะโกนบอกเจ้าของวังว่าเขาขอบคุณเป็นอย่างมากโดยเขาออกจากวังผ่านทางด้านหลังเพื่อชมวิวก่อนกลับ

ซึ่งเขาก็พบกับสวนดอกกุหลาบสีแดงสดซึ่งเขาจำได้ว่าลูกสาวของเขาคนที่ 3 ชื่อว่าเบลชอบกุหลาบสีแดงมากเด็ดกุหลาบสีแดงขึ้นมาเพื่อที่จะนำไปฝากลูกแต่ไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงคำรามเสียงดังหลังจากที่เขาเด็ดกุหลาบเมื่อหันหลังเข้าพบกับอสูรที่หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวมันบอกว่ามันอุตส่าห์ดูแลเขาอย่างดีทั้งอาหารที่หรูห้องนอนที่หรูรวมถึงเสื้อผ้าที่ดี แต่ชายคนนี้กลับมาเด็ดกุหลาบที่เขารักและห่วงเป็นอย่างมากซึ่งเขาก็เล่าว่าเขาต้องการที่จะนำกุหลาบไปให้ลูกลูกของเขาเมื่ออสูรได้ยินยังงั้น

เขาจะบอกให้ชายคนนั้นนำลูกสาวคนใดคนหนึ่งมาหามันเพื่อเป็นการชดใช้แทนพ่อของเด็กๆพวกนั้นซึ่งด้วยความกลัวพ่อค้าจะได้ตอบตกลงพร้อมจะเดินทางกลับบ้านไปเขาบอกกับเบลว่าเขาจะเป็นที่จะต้องส่งเธอไปเธอก็เต็มใจที่จะเดินทางไปกับเขาเมื่อเธอเดินทางถึงวังเจ้าชายอสูรก็เตรียมต้อนรับเธออย่างดีเธอกินอาหารอย่างดีเสื้อผ้าดีๆและห้องนอนดีๆ

แต่เธอจะไม่มีความสุขเลยเพราะต้องแยกจากพ่อทุกๆวันอสูรจะมาขอเธอแต่งงานเธอก็ปฏิเสธทุกครั้งจนวันนึงเธอพบว่าเรานั้นเป็นคนดีแค่ไหนเมื่อเขาขอเธอแต่งงานเธอจึงตอบตกลงแต่เธอขอเดินทางกลับไปหาพี่น้องและพ่อของเธอก่อนอสูรจึงให้แหวน  ซึ่งเขาบอกว่าหากเธอใส่แหวนวงนี้และนอนหลับเธอก็สามารถไปที่นั่นได้เขาให้เวลาเธออยู่ที่นั่น 1 อาทิตย์นึง

อาทิตย์ผ่านไปให้เธอใส่แบบนี้แน่นอนหลับแล้วเธอจะกลับมาที่นี่อีกครั้งเธอตอบตกลงแล้วรีบไปนอนหลับฝันดีนะเธอก็กลับไปอยู่กับครอบครัวของเธอ 1 อาทิตย์ผ่านไปเธอลืมเรื่องราวทั้งหมดที่วางจนใช้ชีวิตอยู่เธอฝันว่าอสูรได้นอนตายอยู่ที่สวนกุหลาบเธอจึงรีบเดินทางกลับไปและพบว่าเขานอนตายอยู่ที่สวนกุหลาบจริงๆเธอนั้นบอกว่าเธอจะแต่งงานกับเขาแล้วเมื่อน้ำตาของเธอไหลรินลงไปที่หน้าของจ้าวอสูร ก็ลอยขึ้นและกลายร่างเป็นเจ้าชายหนุ่มทั้งสองคนตกลงรักกันและแต่งงานกัน

 

สนับสนุนโดย  bk8 ฝาก ขั้น ต่ํา

ตำนานแม่นาคพระโขนง

เรื่องมีอยู่ว่าได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอมีหน้าตาที่สวยงดงามซึ่งมีนามว่านาค ซึ่งเธอได้แต่งงานกับชายหนุ่มอีกคนนึงมีนามว่ามากทั้งสองนั้นรักกันเป็นอย่างดีมีอยู่วันหนึ่งที่ประเทศไทยกำลังจะมีสงครามทำให้มีทหารมาสั่งให้มากไปเป็นทหารเพื่อสู้รบตอนนั้น

เป็นช่วงเวลาที่นาก กำลังใกล้คลอดแต่เนื่องจากหน้าที่นี้สำคัญมากทำให้มากจำเป็นที่จะต้องไปเป็นทหารและทิ้งให้ภรรยาของตัวเองอยู่ที่บ้านคนเดียวและได้ฝากฝังกับเพื่อนบ้านให้ช่วยดูแลภรรยาของตัวเองด้วยระหว่างที่มากนั้นกำลังทำสงครามอยู่ภรรยาของมากเองก็เฝ้ารอมากกลับมาทุกๆวัน

จนมีอยู่วันหนึ่ง คิดถึงเวลาที่ภรรยาของมากจะต้องคลอดแล้วซึ่งชาวบ้านก็พากันมาช่วยเธอแต่เนื่องจากเด็กในท้องของภรรยาของมากยังไม่ได้กลับหัวทำให้เลือดไหลจนเธอช็อกและเสียชีวิตไประหว่างที่กำลังจะคลอดลูกทั้งแม่และเด็กนั้นต่างก็เสียชีวิตกันจนหมดทุกคนพากันนำเธอไปฝังศพไว้ที่ใต้ต้นโพธิ์ หลังจากนั้นทุกคนก็กลับไปใช้ชีวิตแบบปกติ

โดยปกปิดเรื่องราวการตายของหน้าตาไว้ซึ่งหลังจากนั้นหลังจากที่มากทำสงครามเสร็จก็เดินทางกลับบ้านเพื่อที่จะไปดูหน้าลูกและภรรยาของตัวเองซึ่งเมื่อเดินทางเข้าไปก็ไม่มีใครบอกมากว่าภรรยาของเขานั้นได้เสียชีวิตไปแล้วซื้อมาเขากลับไปถึงบ้านเขาก็พบว่าภรรยาของเขายังอยู่ดีพร้อมกับลูกซึ่งทุกๆครั้งที่เขาเดินทางกลับมาหลังจากทำงานของเขาเองจะพยายามให้เขาอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปสุงสิงกับใครเพราะระยะของมากกลัวว่ามากจะรู้ความจริงว่าตัวเองตายไปแล้ว

มีอยู่วันหนึ่งที่มากนั้นกำลังนั่งตะกร้าอยู่ใต้ถุนบ้านส่วน ภรรยาของมากก็กำลังตำน้ำพริกอยู่ด้านบนบ้านซึ่งอยู่ๆมะนาวลูกหนึ่งก็ตกลงมาที่ด้านใต้ถุนบ้านตอนนั้นมากกำลังจะเก็บมะนาวไปให้ภรรยาแต่อยู่ๆเขาก็พบว่ามีมือที่ยาวมากออกมาจากร่องตรงบ้านที่พื้นบ้านและเก็บมะนาวแล้วก็แขนกลับไปเขาตกใจมากและขึ้นกลับไปดูภรรยาของตัวเอง

ซึ่งภรรยาของตัวเองก็กำลังนั่งตำน้ำพริกอยู่และเธอก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้นซึ่งมากก็ไม่ได้ตอบอะไรและลงไปศาลพระเจ้าต่อไปและคิดว่าภรรยาของตัวเองอาจจะหาไม้มันอีกเอาไว้ทำการบีบมะนาวและมันขึ้นไปไม่น่าจะใช่มือหรอกเขาอาจจะตาฝาดเองซึ่งไม่นานนะเพื่อนของเขาก็ได้มาบอกว่าภรรยาของมากเสียชีวิตแล้วเท่านั้นซึ่งมากเพราะว่าเขาอยู่ด้วยทำการนอนกอดและใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาของเขาทุกวันหลังจากนั้นเขาก็ได้ทำการทดสอบโดยการเมื่อตอนกลางคืนเขาบอกกับภรรยาของตัวเองว่าเขาจะนอนกอดภรรยาของตัวเองทั้งคืนตื่นมากลางดึก

และพบว่าภรรยาของเขานั้นกลายเป็นกะโหลกซึ่งเขากรีดร้องของเขาตื่นร่างกายของภรรยาก็กลับกลายเป็นปกติซึ่งเขาก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้นเขาก็ตอบว่าฝันร้ายและบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำที่จะถึงบ้านภรรยาก็ปล่อยเธอไปแล้วจะให้เขารีบกลับมาหลังจากนั้นเขาก็ได้ทำการจัดเตรียมทุกอย่างให้น้ำไหลออกมาเป็นเสียงเหมือนเขากำลังเข้าห้องน้ำและวิ่งหนีไปที่วัดแห่งหนึ่งและให้พระอาจารย์ช่วยปราบวิญญาณของภรรยาตัวเองซึ่งอาจารย์นั้นก็ไม่สามารถช่วยได้เขาได้วิ่งหนีออกไป

จากวัดไปซ่อนในต้นไม้หนึ่งซึ่งเชื่อว่าหากอยู่ตรงนั้นแล้วผีก็จะไม่สามารถเข้าใกล้ได้เพราะมันกลัวหลังจากนั้นเธอก็ได้ทำการฆ่าคนหลายคนมากเพื่อต้องการให้สามีของเธอกลับมาอยู่กับเธอให้สามีของเธอก็จะ ไปที่อื่นซะและบอกว่าเขาเองก็รักเธอแต่อยู่กันคนละภพภูมิแล้วและในช่วงเวลานั้นเองก็ได้มาทำการสะกดวิญญาณของภรรยาของมากหลังจากนั้น

ภรรยาของมากก็ไปเกิดซึ่งตอนที่ยังเป็นวิญญาณอยู่นั้นเขาพยายามสอนให้ภรรยาของมากเองที่เป็นวิญญาณร้ายกลายเป็นคนที่นิสัยดีและทำตามคำขอของคนอื่นซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ได้เลื่อนขั้นเป็นเทพและสุดท้ายก็ได้ไปเกิดในที่สุดค่ะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย bk8

ตำนานเรื่องเกี่ยวกับความหลอนของลิฟต์แดง

      สำหรับตำนานที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นตำนานที่เล่าขานกันมาของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จากรุ่นสู่รุ่นและถึงแม้เราจะคิดว่าเรื่องราวเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงแต่จริงๆแล้วเมื่อเราย้อนข้อมูลไปค้นหาทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย

จะพบว่าตํานานลิฟท์แดงนี้เคยเกิดขึ้นจริงในสมัยของจอมพลถนอมกิตติขจรซึ่งในสมัยนั้นเป็นช่วงประมาณปีพุทธศักราช 2519 โดยวันที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้มีเรื่องความหลอนของลิฟท์แดงเกิดขึ้นมานั่นก็เพราะว่าในวันที่ 6 เดือนตุลาคมนักศึกษามหาวิทยาลัยได้รวมตัวกันออกมาต่อต้านการกลับมาของอำนาจของจอมพลถนอมเร่งรัฐบาล

จึงได้มีการให้ทหารออกมาปราบนักศึกษา โดยในครั้งนั้นรัฐบาลเลือกที่จะใช้ทหารเข้ามายิงนักศึกษาที่ออกมาต่อต้านโดยนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบในครั้งนั้นยังมีเรื่องราวความหลอนของลิปแดงเกิดขึ้นก็คือนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์โดยในวันนั้นทหารได้ออกมาระดมยิงนักศึกษาที่ออกมาต่อต้านทุกคนต่างก็พากันวิ่งหนีหลบซ่อนตัว

และมีนักศึกษากลุ่มหนึ่งวิ่งเข้าไปในลิฟท์ซึ่งเลขดังกล่าวอยู่ที่คณะการบัญชีและมีเหตุการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นเมื่อทหารได้มีการยิงเข้าไปในลิฟท์ทำให้นักศึกษาทั้งหมดที่อยู่ในลิฟท์นั้นเสียชีวิตทันทีแล้วจากเหตุการณ์นี้เองทำให้เกิดวิญญาณของเรานักศึกษายังคงวนเวียนให้คนอื่นเห็นไม่ว่าพวกเขาจะเสียชีวิตไปนานแล้ว

ก็ตามสำหรับเรื่องราวหลังจากที่นักศึกษาเสียชีวิตไปแล้วทางมหาวิทยาลัยก็ได้มีการมาทำความสะอาดและมาทาสีใหม่แต่ไม่ว่าจะทำความสะอาดอย่างไรหรือทาสีใหม่กลบสีของเลือดแค่ไหนก็ไม่ทำให้เปลี่ยนสีของลิฟท์ตัวนี้จากสีแดงเป็นสีอื่นได้เลยและเรื่องเล่าความสยองขวัญก็เกิดขึ้นนับจากนั้นเป็นต้นมาเมื่อมีนักศึกษาหลายคนต่างก็เคยได้ยินเสียงประหลาดจากในลิฟตัวนี้รวมถึงหากในยามค่ำคืนนักศึกษามาใช้ลิฟท์ตัวนี้คนเดียวพวกเขามักจะมองเห็นคนอื่นๆ

ยืนอยู่ภายในลิฟท์เต็มไปหมดแต่ ร่างของพวกเขาเหล่านั้นกลับเต็มไปด้วยเลือดหรือบางครั้งก็เกิดเหตุการณ์คลิปกระตุกยังไม่มีสาเหตุอย่างแรงและบางทีเมื่อใช้ลิฟต์มาถึงชั้นล่างและประตูลิฟท์เปิดนักศึกษาที่อยู่ภายในลิฟจะมองเห็นเหตุการณ์วันที่ 5 ตุลาคมเกิดขึ้นเหมือนกับว่าตนเองอยู่ในเหตุการณ์ในครั้งนั้นซึ่งเรื่องราวความร้อนนี้ทำให้มหาวิทยาลัยต้องทำการย้ายลิฟท์ตัวดังกล่าวไปไว้ที่ชั้น 6 ของคณะศิลปศาสตร์

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามนักศึกษามหาวิทยาลัยก็ยังพบกับความร้อนของลิฟท์ตัวนี้อยู่ดีจนในที่สุดทางมหาวิทยาลัยจึงได้ตัดสินใจ เปลี่ยนลิฟท์ตัวนี้ออกแล้วไปซื้อตัวใหม่มาใช้ แต่ทางมหาวิทยาลัยยังคงใช้ประตูหรืออันเดิมดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เป็นเรื่องราวเหล่านี้จึงยังคงมีอยู่ให้นักศึกษามหาวิทยาลัยได้เห็นกันเป็นระยะแม้เรื่องราวจะผ่านมาหลายสิบปีแล้วก็ตาม

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 pc

ตำนานชุดแต่งงานสยอง 

   ตำนานเรื่องราวระหว่างความรักของลูกสาวของเศรษฐีที่ตกหลุมรักกับชายหนุ่มที่ยากจน เป็นเรื่องราวตำนานความรักมาหลายรุ่นแล้วและแต่ละรุ่นของตำนานความรักเหล่านี้มักจะมีเรื่องที่ต้องเกิดเป็นคดีโศกนาฏกรรม อย่างเช่นตำนานชุดแต่งงานสยองที่จะนำมาเล่าให้ฟังในครั้งนี้นั้น เป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอชื่อว่า แอนนา บาร์เกอร์

โดยเธอเติบโตมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย แต่ว่าหญิงสาวกับมีความรักกับชายหนุ่มต้องห้ามของครอบครัว เพราะฝ่ายชายมีฐานะที่ยากจนมากนั่นเอง เพราะเขาเป็นเพียงแค่หนุ่มที่มีอาชีพเป็นเพียงแค่คนงานเท่านั้น ซึ่งเรื่องราวความรักของ แอนนา บาร์เกอร์เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1849  

โดยเมื่อความรักของคนทั้งคู่สุกงอม ทำให้ทั้งคู่วาดฝันเอาไว้ว่าจะแต่งงานกัน แต่ความรักของพวกเขาไม่ได้เป็นไปอย่างทีใจหวัง เพราะครอบครัวของเธอออกมาคัดค้านการแต่งงานของเธอกับชายคนรัก และยังสร้างความเสียใจให้กับเธอด้วยการพรากชายคนรักของเธอไปจากเธอ ด้วยการขับไล่ชายหนุ่มให้ออกไปให้ไกลจากแอนนา บาร์เกอร์  ซึ่งหลังจากที่ชายคนรักของเธอได้จากไป  แอนนา บาร์เกอร์ ก็ตรอมใจและเธอโกรธพ่อของเธอมากจนในที่สุด แอนนา บาร์เกอร์ ก็เสียชีวิตลง ในปี ค.ศ. 1914 

ซึ่งเหตุการณ์ความน่ากลัวในครั้งนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ก่อนที่ แอนนา บาร์เกอร์จะเสียชีวิตเพราะในช่วงทีความรักของเธอสุกงอมนั้นเธอได้ตกลงใจที่จะจัดงานแต่งงานกับชายคนรัก

ซึ่งแอนนา บาร์เกอร์ ได้ทำการจัดหาชุดเอาไว้สำหรับใส่ในงานแต่งงานของเธอ แต่ในท้ายที่สุดแล้วงานแต่งานที่ แอนนา บาร์เกอร์วาดฝันไว้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ดังนั้นชุดแต่งงานที่ แอนนา บาร์เกอร์ บรรจงเลือกเอาไว้จึงถูกนำมาเก็บไว้ในตู้หลังจากที่แอนนา บาร์เกอร์ เสียชีวิตแล้ว   ซึ่งเรื่องราวความน่ากลัวเกิดขึ้นหลังจากนี้เมื่อพิพิธิภัณฑ์ประวัติศาสตร์

ที่มีการจัดแสดงโดย  Blair County ซึ่งที่นี่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของ แอนนา บาร์เกอร์ ในตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่ โดยที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้นำชุดแต่งงานของ แอนนา บาร์เกอร์ที่เก็บรักษาเอาไว้ในตู้ออกมาแสดงให้คนได้ชมด้วย  ซึ่งหลายคนเห็นว่าชุดแต่งงานที่นำมาแสดงนั้นมีอาการสั่นโดยที่ไม่มีใครจับ และบางครั้งก็มีคนเห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่ง

กำลังที่แต่งกายด้วยชุดเจ้าสาวกำลังยืนจ้องชุดแต่งงานของตัวเองอยู่ที่หน้ากระจกที่มีการใส่ชุดแต่งงานแสดงเอาไว้ ซึ่งเมื่อมองดูดีดีจะเห็นว่าหญิงสาวคนนั้นมีใบหน้าคล้ายกับ แอนนา บาร์เกอร์ ทำให้ทุกคนต่างที่เคยเห็นเหตการณ์อันแปลกประหลาดนี้ได้เล่าเรื่งองราวเหล่านี้ต่อต่อกันมา

 

สนับสนุนโดย  bk8 john terry

ทำไม INSULINจำเป็นต่อโรคเบาหวาน

สำหรับคนที่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวานนั้นสิ่งเดียวที่คนเป็นโรคเบาหวานนั้นจะขาดไม่ได้เลยก็เห็นว่าจะเป็น INSULIN กันใช่หรือไม่และถ้าหากว่าไม่มี INSULINแล้วมันจะเป็นผลอย่างไรกับคนป่วยโรคเบาหวานที่จะต้องขาดยาตัวนี้ไปมันก็อาจจะทำให้ชีวิตของคุณนั้นจบลงก็เป็นได้และวันนี้เราจะพาคูณปรู้จักกับของเหลวที่มีราคาแพงที่เกี่ยวข้องกับคนป่วยเป็นโรคเบาหวาน

INSULIN

ช่วงไม่ดีมากเท่าไรนักที่เป็นของเหลวที่เป็นหนึ่งในของเหลวที่มันได้มีราคาแพงมากที่สุดในโลกนั้นมันจะเป็นสิ่งที่มันจะทำให้รักษาชีวิตของมนุษย์ให้อยู่ลอดต่อไปได้และในหลายๆประเทศทั่วทุกมุมโลกต่างก็ได้มีผู้คนได้ล้มตายกันเป็นจำนวนมากเหตุเพราะว่าผู้คนนั้นไม่ได้รับการเข้าถึงINSULIN สำหรับINSULINนั้นมันได้เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่ง

ที่มันจะช่วยทำให้ร่างกายในการปรับระดับน้ำตาลในเลือกเพื่อที่จะทำให้มันได้อยู่ในระดับที่มีความปกติซึ่งมันก็ได้ถูกค้นพบในช่วงประมาณในปี1920ถึงในปี1929เอาไว้ใช้สำหรับการรักษาโรคเบาหวานและในก่อนหน้านี้ที่จะมีการได้ค้นพบINSULINโรคเบาหวานนั้นมันไม่สามารถที่จะรักษาให้หายขาดได้

จากนั้นมันก็จะจมลงอยู่ตรงที่ความตายจากนั้นด้านINSULINก็ยังได้เป็นยาที่ได้ใช้งานมานานกว่า97ปีและมันจะไม่มีแนวโน้มที่จะทำให้ราคาของมันนั้นจะลดลงมาเลยเพราะว่าหนึ่งในเหตุผลนั้นมันจะเป็นเพราะในเรื่องของการตลาดที่บริษัทผู้ผลิตยาสามบริษัทได้กุมการผลิตเอาไว้ถึง97%ของการที่ได้ผลิตไปทั่วโลกซึ่งในปัจจุบันในราคาของINSULINซึ่งมันก็ได้อยู่ที่ประมาณ90ถึง1,800เหรียญดอนลาร์สหรัฐ

หรือจะคิดให้เป็นเงินประเทศไทยประมาณ2,700ถึง54,000บาทต่อINSULINขนาด10มิลลิลิตร นอกจากนี้บางคนที่อยู่ในต่างประเทศก็อาจจะต้องจ่ายเงินมาถึง3,000เหรียญดอนลาร์สหรัฐหรือจะคิดเป็นประมาณ90,000บาทต่อเดือนเพื่อที่จะทำการซื้อINSULINเอาไว้ใช้แค่เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นและถ้าหากว่าผู้ที่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวานได้หาดINSULINมันก็อาจจะทำให้ผู้ที่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวานนั้นมันก็อาจจะทำให้สูญหายในการมองเห็นมันอาจจะทำให้ใจสั่น

กระสับกระส่ายอารมณ์แปรปรวนไตวายระบบหายใจล้มเหลวจากนั้นมันก็อาจจะทำให้ตัวคุณนั้นได้ตายไปในที่สุดดังนั้นไม่แปลกใจเลยใช่หรือไม่ว่าทำไมเจ้าINSULINของเหลวนั้นมันถึงมีราคาแพงก็เพราะสิ่งนี้นี่เองที่มันจะทำให้คนที่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวานยังได้อยู่ต่อไปโดยที่ยังได้ใช้ตัวยาINSULINอยู่เพื่อที่มันจะอยเป็นตัวประคับประรองให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ต่อไปเมื่อยังได้มียาINSULINอยู่

 

 

สนับสนุนโดย  rb88 สมัคร

ตำนานเจ้าหญิงซินเดอเรลล่า

เรื่องเล่ามีอยู่   มีครอบครัวครอบครัวหนึ่งได้อาศัยอยู่ด้วยกันคุณพ่อเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีของเมืองแห่งนั้นและคุณแม่ก็เป็นเศรษฐีเช่นเดียวกันทั้งสองได้แต่งงานกันและมีลูกชื่อว่าซินเดอเรลล่า วันหนึ่งที่แม่ของซินเดอเรลล่าได้ล้มป่วยลงซึ่งก็ไม่มีหมอคนไหนในเมืองแห่งนั้นที่จะสามารถรักษาเธอให้หายได้เลยและสุดท้ายแม่ของซินเดอเรลล่าก็ได้เสียชีวิตลงหลังจากนั้นพ่อของซินเดอเรลล่าก็แต่งงานใหม่กับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีฐานะร่ำรวยเช่นกันและมีลูกสาว 2 คน

ที่เป็นลูกติดมาด้วยในตอนแรกนั้นทุกคนในบ้านดูเหมือนจะมีความสุขดีแต่มีอยู่วันหนึ่งที่พ่อของเธอล่องเรือเพื่อขายสินค้าให้กับคนที่ต่างประเทศวันนั้นมีพายุฝนตกหนักทำให้เรือล่มและพ่อของเธอก็ได้เสียชีวิตลงของมีค่าทั้งหมดจมไปพร้อมกับเรือทำให้สมบัติของก็หายไปแต่สมบัติของแม่เลี้ยงยังมีอยู่ทำให้ครอบครัวยังสามารถที่จะมีความร่ำรวยต่อไป

ได้แต่หลังจากที่พ่อของเธอได้เสียชีวิตลงไปแม่เลี้ยงของเธอก็เริ่มใช้เธอจนเธอเป็นสาวใช้ซึ่งมีอยู่วันหนึ่งที่มหาดเล็กของราชาได้ส่งจดหมายให้คนทั่วทั้งอนาจักรว่าองค์ชายต้องการที่จะแต่งงานหลังจากนั้นเมื่อซินเดอเรลล่าได้รับจดหมายเธอจึงรีบไปหาแม่เลี้ยงทันทีและขอให้แม่เลี้ยงอนุญาตให้เธอไป

ซึ่งได้เลี้ยงขออนุญาตและบอกว่าเธอจะต้องทำงานให้เสร็จก่อนซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ทำงานจนไม่มีเวลาที่จะเตรียมชุดเลยเธอจะไม่สามารถที่จะไปกันได้สุดท้ายแม่เลี้ยงและลูกสาวทั้งสองก็พากันไปงานเลี้ยงกันจนหมดเธอเสียใจมากและวิ่งไปลองให้ตรงสวนหลังบ้านหลังจากนั้นเธอจึงเห็นว่ามีนางฟ้าแม่ทูนหัวคนหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นมาท่ามกลางความโศกเศร้า

และความมืดมิดเธอปรับซินเดอเรลล่าและเสกให้ฟักทองกลายเป็นรถม้าซินเดอเรลล่ามีชุดสวยๆและรองเท้าแก้วและเสกให้มีคนขับรถม้าและเสกให้มีม้า หลังจากนั้นจึงได้บอกว่าทุกอย่างจะหมดฤทธิ์ตอนเที่ยงคืนซินเดอเรลล่ารีบขึ้นรถมารีบไปที่พระราชวังทันทีเธอเต้นรำกับเจ้าชายทั้งคืนจนนาฬิกาตีบอกตอนเที่ยงคืนและเธอจึงรีบกลับไป

แต่ไม่ทันที่เธอจะวิ่งไปถึงรถมารองเท้าแก้วของเธอหลุดไปข้างนึงและทุกอย่างก็กลับเป็นเหมือนเดิมถ้าไม่มีเวลาที่จะหันกลับไปเก็บรองเท้าแก้วจึงรีบวิ่งกลับบ้านไปทางลัดเพื่อที่จะได้ไม่มีใครเห็นเธอเราชายตามหาเธอไปทั่วทุกที่ตามหาเจ้าของรองเท้าแก้วที่ตกไว้และสุดท้ายก็ไปถึงบ้านของซินเดอเรลล่าเจ้าชายให้พี่สาวทั้งสองของซินเดอเรลล่ารองเท้าแก้วทั้งหมด

แต่ก็ไม่มีใครใส่ได้จนสุดท้ายจึงให้ซินเดอเรลล่าใส่และพบว่าซินเดอเรลล่าใส่รองเท้าแก้วได้พอดีหลังจากนั้นเจ้าชายจึงขอซินเดอเรลล่าแต่งงานก็ตอบตกลงทั้งสองแต่งงานกันและมีชีวิตที่สุขสบายตลอดไป

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าbk8