ผู้เขียน: admin

ประวัติศาสตร์การโจมตีของนาซี

ยุทธการตอกลิ่ม ประวัติศาสตร์การโจมตีของนาซี

ในการยกพลขึ้นบกจากฝังสัมพันธมิตรตลอดแนวชายฝังของประเทศฝรั่งเศษกองทัพของเยรมันก็ต้องเป็นฝ่ายที่จะต้องถอยออกไปตั้งหลักที่บริเวณชายแดนของประเทศตัวเองถึงแม้ว่าจะเหลือความหวังแค่เพียงน้อยนิดของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ผู้นำนาซีในช่วงนั้นไม่ยอมแพ้ง่ายๆเพราะเขายังมีความเชื่ออยู่เสมอว่าชาวนาซียังไม่แพ้จากความเหนื่อยล้าของทหารที่ถึงขีดสุดแล้วที่ถอยออกมาจากนอร์ม็องดีที่ชายแดนของเยรมันหลังจากนั้นไม่นานกองทัพเยรมันก็ได้คิดแผนการใหญ่คือยุทธการตอกลิ่มมันคือการรวบรวมกำลังพลเป็นครั้งสุดท้ายที่ตัวเองนั้นไปตบเขาส่วนสถานที่ที่ไปตบเขาบริเวณป่าอาร์เดนประเทศเบลเยียม

ซึ่งการสู้รบในครั้งนี้จะเป็นการสู้กันอย่างยาวนานอย่างดุดเดือดนิดหน่อยที่เป็นเหตุทำให้ทหารเสียชีวิตมาที่สุดในสงครามโดยความอ่อนล้าของทหารและคำสั่งที่บ้าคลั่งของผู้นำนาซีอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ก็ได้ออกคำสั่งนำกำลังทหารกับรถถังจำนวนหนึ่งให้ไปโจมตีกองกำลังของฝ่ายพันธมิตรที่กำลังเดินทางมาที่ชายแดนตลอดทางทิศเหนือจนลากยาวไปจนถึงทิศใต้เรียงกันเป็นหน้ากระดานแบบนี้เข้าไปที่บริเวณของป่าอาร์เดนเพื่อที่จะเข้าไปยึดท่าเรือขอประเทศประเทศเบลเยียม

ซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำกำลังไปโจมตียโรปของเยรมันนีและถ้าหากมันตกไปอยู่การควบคุมของฝ่ายสำพันธมิตรแล้วก็ก็อาจจะทำให้จบสงครามได้อย่างง่ายๆ จากนั้นฝ่ายนาซีก็ได้แบ่งทหารออกไปแบ่งฝ่ายออกเป็น3ทิศทางทิศเหนือใช้รถถัง พั้นเซอร์ที่6ตรงกลางใช้พั้นเซอร์ที่5ส่วนทิศใต้ใช้กองทัพที่7ซึ่งรวมๆแล้วมีทหารจำนวนประมาณ4แสนคนมีรถถังประมาณ1,200และอื่นๆอีก1,200คันและนี่อากจะเป็นการเทหมดหน้าตักของเยรมันเลยก็ว่าได้

แต่ถ้าเป็นประเทศไทยก็ทุบหม้อข้าวส่วนกับตั้งรับของฝ่ายสำพันธมิตรก็ได้แบ่งเป็นทหาร20,0000รถถังเบา1,000และอื่นๆอีกประมาณ1,900ก่อนที่จะไปรับการหนุนหลังจากกองทัพอากาศไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินขับไล่เครื่องบินทิ้งระเบิดการเปิดฉากยิงกับครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นที่ป่าอาร์เดนทหารสหรัฐที่ประจำการอยู่นั้นแทบจะไม่สามารถที่จะตั้งรับอะไรได้เลย

เพราะว่าทหารที่ได้ถูกมาส่งลงที่เมืองนี้ลวนแล้วแต่เป็นทหารหน้าใหม่ที่ไม่ค่อยจะมีประสบการณ์ก่อนที่จะโดนทหารเยรมันนั้นยิงตายไปหมดมันก็เลยทำให้ฝ่ายสำพันธมิตรจะต้องถอยออกไปแบบไม่เป็นขบวนถึงแม้ว่าฝ่ายสำพันธมิตรจะมีกองทพทางอากาศที่เหนือชั้นกว่าเยรมันแต่เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงนั้นมันเป็นหน้าหนาว

 

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่ entaplay  ให้นำมาเสนอ

ศิลปะอียิปต์โบราณ

จิตรกรรม

ผลงานที่เป็นจิตรกรรมของชาวอียิปต์นั้น ถือได้ว่าเป็นภาพที่มีการเขียนไว้ที่บนฝาผนังของสุสานและที่วิหารต่างๆ โดยสีที่นำมาใช้นั้น มีการเขียนภาพที่ได้ทำมาจากส่วนที่เป็นวัสดุทางธรรมชาติ ได้แก่เขม่าของไฟคับ โดยจะมีสารที่ประกอบไปด้วยทองแดง หรือสีที่เกิดจากดินแล้วนำมาผสมกับน้ำและยางไม้คับ

รูปแบบของงานจิตรกรรมนั้นจะเป็นงานที่เน้นย้ำให้มองเห็นรูปร่างแบนๆและมีเส้นบริเวณรอบนอกที่มีความชัดเจน เป็นการจัดท่าทางลักษณะที่เป็นของคนแสดงอิริยาบถที่เป็นรูปแบบต่างๆในรูปสัญลักษณ์มากยิ่งกว่าแสดงความสมจริงสมจังตามธรรมชาติ มักเขียนเป็นลายลักอักษรของภาพลงในช่องว่างระหว่างรูปด้วยแล้วก็เน้นย้ำสัดส่วนของสิ่งสำคัญในรูปภาพให้ใหญ่โตกว่าองค์ประกอบอื่นๆดังเช่นว่าภาพของกษัตริย์หรือฟาโรห์ จะมีขนาดใหญ่กว่า มเหสี แล้วก็คนทั้งหลาย นิยมระบายสีแจ่มใส บนพื้นที่เป็นด้านหลังสีขาว

ประติมากรรม

งานประติมากรรมของอียิปต์ จะมีลักษณะเด่นกว่างานจิตรกรรม มีตั้งแต่รูปแกะสลักขนาดมหึมาไปจนกระทั่งผลงานอันประณีตและเป็นการบรรจงอย่างบอบบางของพวกช่างทอง โดยจะเห็นได้ว่าชาวอิยิปต์นั้นนิยมสร้างรูปที่เป็นการแกะสลักด้วยประติมากรรมจากหินที่เป็นประเภทต่างๆตัวอย่างเช่น หินแกรนิต หินดิโอไรด์ และก็หินบะซอลท์ หรือบางครั้งก็ เป็นหินอะลาบาสเตอร์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นหินเนื้ออ่อนสีขาว ถ้าหากเป็นประติมากรรมขนาดใหญ่แล้วละก็มักเป็นหินทรายคับ

นอกจากนั้นยังมีทำมาจากหินปูนอีกด้วยคับ แล้วก็มีจากไม้ ซึ่งมักจะเป็นการพอกด้วยปูนและยังรวมทั้งระบายสีด้วย งานประติมากรรมขนาดเล็กนั้นมักจะทำจากสิ่งของที่มีค่า ดังเช่นว่า ทองคำ เงิน อิเลคตรัม หินลาปิสลาซูลี เซรามิค อื่นๆอีกมากมาย

โดยประติมากรรมของอียิปต์นั้นมีอีกทั้งแบบนูนต่ำ และแบบลอยตัว แต่ว่าแบบนูนต่ำชอบแกะด้วยการเป็นลวดลายภาพที่เป็นแบบมีอยู่บนฝาผนัง หรืออาจจะบนเสาวิหาร รวมทั้งประกอบรูปแบบที่เป็นลอยตัว ประติมากรรมในรูปแบบลอยตัวนั้นมักจะทำเป็น รูปเทพเจ้าต่างๆสะส่วนใหญ่หรืออาจจะเป็นรูปฟาโรห์ ที่มีลักษณะคล้ายๆกับบรรดาเหล่าเทพเจ้า นอกจากนั้นยังทำเป็นรูปข้าทาสบริวาร หรือสัตว์เลี้ยง แล้วก็ สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆเพื่อเป็นการใช้ประกอบในพิธีศพอีกด้วย

ในดินแดนที่เป็นอียิปต์โบราณนั้นฟาโรห์ถือว่าเป็นเทพองค์หนึ่งเลยนะคับ และฟาโรห์ยังถือได้ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับในการดูแลที่ดินแดนอียิปต์อีกด้วย และหลังจากที่ฟาโรห์สิ้นพระชนม์นั้นเชื่อกันว่าวิญญาณของพระองค์นั้นจะทำการเดินทางกลับไปยังดินแดนที่เป็นดินแดนแห่งเทพที่พระองค์จากมานั่นเองคับ พีระมิดที่สูงตระหง่านขึ้นสู่ท้องฟ้าอาจจะเป็นการช่วยทำการส่งวิญญาณขององค์ฟาโรห์เพื่อให้ไปสู่สรวงสวรรค์ก็ได้นะคับ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน ร่างกายของฟาโรห์จะต้องได้รับการรักษาเอาไว้ไม่ให้เสื่อมสลายลงไปนั่นเอง

เรื่องราวและความเป็นมาของอียิปต์

อียิปต์ถือได้ว่าเป็นประเทศที่อยู่ทางตอนบนของทวีปอาฟริกา

โดยมีแน่น้ำไนล์เป็นแม่น้ำหนักคอยหล่อเลี้ยงดินแดนนี้ให้มีความอุดมสมบูรณ์ โดยมีผู้คนที่มาลงหลักปักฐานที่นี่เป็นจำนวนไม่น้อยเลย ละยังมีหลักฐานที่สามารถเชื่อได้ว่ามีมาตั้งแต่ยุคสมัยหินเก่าโน้น

โดยมีเรื่องราวเล่าว่ามีผู้คนและทำการอาศัยที่นี่ซึ่งนับว่ายาวนานมาตั้งแต่สมัยโบราณตั้งแต่ยุคสมัยหินเก่าจนถึงราชวงศ์ (ประมาณ 8000-3100) ปีก่อนศริศตกาลเสียอีก

ผู้คนที่อาศัยบริเวณนี้ถือได้ว่าพวกเขานั้นช่างเป็นคนที่มีความคิดและน่าจะมีวิทยาการสูงด้วยนะ เพราะว่าพวกเขานั้นมีความสามารถสำหรับการควบคุมของแม่น้ำไนล์ที่มีการเอ่อท่วมของบริเวณฝั่งในทุกๆปีและพวกเขานั้นก็ยังมีกระบวนการในทางการเกษตรตรอย่างมีประสิทธิภาพสูงอีด้วยนะคับ อย่างเช่นพวกเขานั้นมีความรู้ในเรื่องของการผสมพันธ์ของเหล่าบรรดาสัตว์อย่างเป็นระบบ และนอกจากนั้นยังมีการเก็บสะสมเหล่าเมล็ดพันธุ์พืชอีกด้วย

ซึ่งเป็นการส่งผลให้ประเทศของอียิปต์ในสมัยนั้นมีความร่ำรวยนั่นเองและก็เป็นที่มาให้การก่อสร้างสังคมของเขาอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

สำหรับสังคมของอียิปต์ในสมัยโบราณนั้นได้มีกรแบ่งชนชั้นกันอย่างชัดเจนเลยคับ ซึ่งจะมีชนชั้นที่เป้นพระเพื่อเป็นการตอบสนองของในเรื่องทางด้านจิตใจ และนอกจากนั้นยังมีนักรบที่คอยป้องกันดินแดน และยังเป็นการถ่ายโอนเหล่าแรงงานที่เป็นเหล่าบรรดาเกษตรกรเพื่อมาเป็นแรงงานของกรรมกรอีกด้วย เพื่อเป็นการนำมามาก่อสร้างสำหรับสิ่งที่มีการก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ เช่น ปิรามิดนั่นเอง

เนื่องจากอียิปทางตอนใต้นั้นมีอำนาจมากกว่าโดยเป็นอย่างนี้อยู่นานพอสมควร จนได้ถึงในรัฐสมัยที่มีเมเนสเป็นกษัตริย์(นักอียิปต์วิทยาสันนิษฐานว่าเป็นพระองค์เดียวกันกับราชันต์แมงป่อง) ฟาโรห์จากอียิปต์ทางตอนเหนือทำให้ทั้งสองเมืองนี้มีความเปรี่ยนแปลง และมีความเจริญเพิ่มทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ โดยได้มีการพัฒนาทางด้านของอุสาหกรรมที่เป็นเครื่องปั้นดินเผาที่ทำมาจากโลหะต่างๆและเริ่มมีอักษรเฮียโรกลิฟฟิคใช้กันแล้ว

พวกเขานั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตที่เกิดจากความตาย ทำให้พวกเขาได้มีวิธีในการทำศพมาดองนั่นเอง ซึ่งวิธีเหล่านี้เราจะเห็นได้ว่ามันคือการทำมัมมี่นั่นเอง เวลาที่ถือว่าเป็นเวลาแห่งความรุ่งเรืองของทางด้านอารธรรมอียิปต์ในช่วงแรกนั่นก็คือช่วงอาณาจักร เก่า (2650-2150 ก่อนศริสตศักราช) และเมืองหลวงที่เป็นเมืองแรกนั่นก็คือ ธีนิส

ซี่งต่อมาได้เปลี่ยนไปตั้งอยู่ที่เมมฟิสในอียิปต์ทางตอนล่าง ฟาโรห์ซึ่งเป็น ตำแหน่งกษัตริย์ของนครเป็นผู้เดียวที่อาจจะสั่งให้มีการก่อสร้างปิรามิด เพื่อเป็นการเก็บศพของพระองค์

เรื่องเล่ากำเนิดวันประเพณีสงกรานต์

ครั้งหนึ่งนายมาแล้วมีเศรษฐีคนหนึ่งมีฐานะร่ำรวย แต่ไม่มีลูกสักที ซึ่งบ้านของเศรษฐีคนนี้จะมีพื้นที่ติดกับบ้านของชายคนหนึ่งซึ่งเขาเป็นคนขี้เหล้า ติดเหล้ามากและเขามีลูกแล้ว 2 คน อยู่มาวันหนึ่งชายขี้เหล้าคนดังกล่าวด้วยความที่เมาเหล้าจึงได้เดินมาหาเศรษฐีและได้พูดจาต่อว่าเศรษฐีคนดังกล่าวว่า เศรษฐีมีเงินซะเปล่าแต่กลับไม่มีบุญที่จะมีลูกซึ่งสู้ตัวเองไม่ได้

เพราะตอนนี้ตัวเองมีลูกถึง 2 คนเข้าไปแล้ว ทำให้เศรษฐีรู้สึกไม่พอใจมาก จึงได้ไปทำการบวงทรวงพระอาทิตย์และพระจันทร์ ซึ่งใช้เวลาในการตั้งจิตอธิฐานของพรกับพระอาทิตย์และพระจันทร์เป็นระยะเวลา 3 ปีแต่ก็ยังไม่มีลูกสักที

อยู่มาวันหนึ่งเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ โคจรไปที่ราศีเมธ เศรษฐีได้ใช้ให้ลูกคนใช้พาตัวเองไปยังต้นโพธิ์ริมแม่น้ำ และเมื่อเดินทางไปถึงเขาก็ให้คนใช้ของเรานำข้าวสารที่เตรียมไปด้วยเอาไปล้างในน้ำทั้งหมด  7 ครั้ง แล้วนำข้าวดังกล่าวมาหุง แล้วนำไปบูชาอธิฐานขอลูกกับเทวดาที่สิงสถิตอยู่ตรงต้นไทรนั้นทันที

และเทวดารู้สึกสงสารเศรษฐีมากจึงได้ไปเข้าเฝ้าพระอินทร์แล้วเรื่องเศรษฐีคนดังกล่าวให้พระอินฟัง และเมื่อพระอินได้ฟังก็ได้สั่งให้พระอินองค์หนึ่ง นามว่าธรรมบาล ให้ไปเกิดที่ท้องของเมียของเศรษฐีและไม่ช้าเมียของเศรษฐีก็คลอดลูกออกมาเป็นเด็กผู้ชาย โดยเศรษฐีตั้งชื่อลูกชายว่า ธรรมบาลกุมารและได้สร้างปราสาทเอาไว้ให้ลูกชายได้อยู่อาศัยโดยสร้างไว้ที่ใต้ต้นไทร

และต่อมาเมื่อธรรมบาลกุมารโตขึ้น ก็ได้เล่าเรียนโดยสามารถเรียนรู้ที่จะพูดภาษานกได้ด้วยและเรียนไตรเพศจบมาแค่อายุเพียง 7 ขวบเท่านั้นและเขาได้เป็นอาจารย์ที่คอยบอกมงคลต่างต่างให้กับชาวบ้าน และมีอยู่วันหนึ่งที่ท้าวกบิลพรหมได้ลงมาถามปัญหากับธรรมบาลกุมาร 3 ข้อโดยหากธรรมบาลกุมารสามารถตอบได้ทั้งหมด ท้าวกบิลพรหมจะตัดหัวของตัวเองบูชาธรรมบาลกุมาร

แต่ถ้าหากตอบผิด ธรรมบาลกุมารจะต้องถูกตัดหัว  ซึ่งคำถามที่ท้าวกบิลพรหมถามคือ ตอนเช้าศรีอยู่ที่ใด ตอนเที่ยงศรีอยู่ที่ไหน และตอนค่ำศรีอยู่ที่ไหน ซึ่งธรรมบาลกุมาร ก็ขอให้คำตอบท้าวกบิลพรหมภายในอีก 7 วันขางหน้าและระหว่าง 7 วันนี้ธรรมบาลกุมารก็หาคำตอน แต่ก็คิดไม่ออกสักที ซึ่งในวันที่ 6 นั้นเองที่ธรรมบาลกุมารได้ออกมาจากประสาทและมานอนเล่นใต้ต้นตาล

และในขณะที่ธรรมบาลกุมารนอนเล่นอยู่นั้นด้านบนต้นไม้มีนกอินทรีย์สองตัวผัวเมียกำลังคุยกัน และเรื่องที่คุยก็คือ คำตอบของคำถามที่ท้าวกบิลพรหมนำมาถามธรรมบาลกุมาร ทำให้วันรุ่งขึ้นธรรมบาลกุมารจึงได้ไปตอบคำถามท้าวกบิลพรหมได้อย่างถูกต้องทำให้ท้าวกบิลพรหมจึงได้เรียกลูกสาวทั้งเจ็ดคนที่เป็นนางฟ้าเพื่อมารออรับหัวของตนเอง

เพราะว่าหากโยนขึ้นฟ้าฝนก็จะไม่ตก แต่หากโยนลงดินไฟก็จะไหม้แต่หากโยนลงมหาสมุทรน้ำก็จะแห้ง ดังนั้นนางทุมสระลูกสาวคนโตจึงนำถาดมารองศรีษะที่ถูกตัดแล้วเวียนขวารอบเขาพระสุเมร แล้วนำไปเก็บรักษาไว้ที่เขาไกรราช และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเมื่อครบ 1ปีธิดาของท้าวกบิลพรหมทั้ง 7 ก็จะมาเปลี่ยกันแห่ศรีษะของพ่อไปรอบเขาพระสุเมร แล้วเอาไปเก็บไว้ที่เดิมซึ่งนี้ก็คือที่มาของวันสงกรานต์นั่นเอง

เรื่องราวในการท่องเที่ยวของแขวงจำปาสัก

ด่านช่องเม็กจุดผ่านแดน ถวายไทย ลาว อำเภอ สิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี 

ด่านช่องเม็กเป็นจุดผ่านแดนที่สามารถนำยานพาหนะจากประเทศไทยมาใช้ในการเดินทางเพื่อไปยังเมืองอื่นๆในแขวงทางตอนใต้ของสาธารณะประชาธิปไตยประชาชนลาวได้โดยทางพื้นดินและเป็นที่สิ้นสุดทางหลวงหมายเลข217ทางฝั่งไทยก่อนจะไปต่อเชื่อมกับเส้นทางหมายเลข26ที่เริ่มต้นมาจากวงเต่าเส้นทางหลวงหมายเลข26พึ่งจะได้รับการปรับปรุงใหม่มีการขยายการเดินทางรถ

เพื่อให้ได้มาตรฐานขนาด4ช่องทางเพื่อให้รถบรรทุสินค้าจากชายแดนไทยสามารถใช้ความเร็วเพื่อที่จะเข้าสู่เมื่องปากเซโดยข้ามแม่น้ำโขงที่สพานข้ามญี่ปุ่นลาวด้วยระยะทาง43กิโลกเมตร

ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางเพียง30นาทีการมาเยี่ยมที่แขวงลาวใต้ครั้งนี้ ด่านช่องเม็กวังเต่าเป็นช่องทางเข้าออกที่เป็นเหมือนประตูการค้าการขนส่งและการท่องเที่ยวซึ่งนับวันจะยิ่งมีความสำคัญเนื่องจากพื้นที่ชายแดนส่วนนี้มีทางเชื่อมตรงต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเชียเช่น กัมพูชา และ เวียดนาม เมื่องปากเซจึงเป็นเมืองเศรษฐกิจของลาวตอนใต้

โดยมีที่ตั้งเมืองอยู่ที่ริมแม่น้ำโขงและเป็นเมืองหลักของแขวงจําปาสัก ซึ่งมีพื้นที่ปกครองอยู่ประมาณ15,415ตาตรางกิโลเมตรแต่เดินนั้นจำปาสักเคยเป็นเมืองหลวงของชาติเมืองหลวงชาติพันธุ์จามและมีชื่อเรียกกันในยุคก่อนว่าจำปานครปัจจุบันจำปาสักกลายเป็นแขวงที่ร่ำรวยไปด้วยทางทรัพยากรทางธรรมชาติทำให้เป็นอีกแขวงในลาวตอนใต้ที่มีศักยภาพสูงมาก

ในส่วนด้านของการท่องเที่ยวโดยมีแหล่งท่งเที่ยวที่ได้สำรวจพอแล้วประมาณ95แห่ง ซึ่ประกอบด้วยแหล่งท่อเที่ยวทางธรรมชาติประมาณ41แห่งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ประมาณ25แห่งและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอีก29แห่งสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะต้องไปเที่ยวให้ได้เมืองใครที่ได้มาถึงแขวงจำปาสักก็คือ  ปราสาทหินวันพู น้ำตกคอนพะเพ็ง หรือ น้ำตกไนแอการาแห่งเอเชีย

นอกจากนี้ก็ยังมีแหล่งหาปลาแม่น้ำโขงที่ได้สร้างความตื่นตลึงผู้ที่ได้เข้ามาพบเห็นจากอุปกรณ์ที่เอาไว้ใช้หาปลาของชาวประมงในท่องถิ่นที่มันกำลังเป้นข่าวว่าได้มีการควบคุมให้ยกเลิกการใช้หลี่จับปลาในแม่น้ำโขงตลอดไป

นอกจากนี้แล้วแขวงจำปาสักยังเป็นแขวงสายที่มีน้ำตกขนาดยักษ์ที่ได้มีการค้นพบซ้อนอยู่ตามน้ำตกอยู่เป็นจำนวนมารวมไปถึงแหล่งการเดินทางไปชโลมาน้ำจืดซึ่งในขณะของเรามีแผนที่จะต้องเดินทางไปบันทึกภาพกลับมาให้ได้ดูกันต่อไปแต่การมาศึกษาทางแขวงลาวตอนใต้ในครั้งนี้จุดหมายแรกที่เรานั้นได้นับเอาไว้กับเจ้าหน้าที่ที่ได้ประสานงานเอาไว้และจะเป็นอย่างไรเราจะมาหาคำตอบกัน

ประเพณีไทยและวัฒนธรรมของไทย

เรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีลอยกระทง

ประเพณีลอยกระทงนั้นมีมาตั้งแต่โบราณโดยมีคติความเชื่อหลายอย่างเช่น เชื่อว่าเป็นการบูชาและขคมาพระแม่คงคาเป็นการสะเดาะเคราะห์หรือเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทการลอยกระทงนิยมทำกันในวันเพ็ญเดือน12ของทุกๆปีอันที่มีน้ำในแม่น้ำคงคาหรือแม่น้ำครองขึ้นสูงและก็มีอากาศที่เริ่มเย็นลงตามพระราชนิพนธ์ประเพณี12เดือนของทุกเดือนและตำหนักของท้าวศรีจุฬาลักษณ์ได้กล่าวว่านางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์

พระสนมเอกพระร่วงเจ้าแห่กรุงสุริโคทัยเป็นผู้ที่ริเริ่มทำการประดิษฐ์กระทงสำหรับลอยประทีป ประเพณีสงกรานต์  ประเพณีสงกรานต์เป็นเทศกาลวันสิ้นปีเก่าขึ้นปีใหม่ของคนไทยซึ่งได้ยึดถือสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณเป็นระยะเวลาเข้าสู่ในช่วงเวลารื่นเริงได้รวมกันในแต่ละหมู่บ้านตำบลหนึ่งหรือเมืองหนึ่ง

ปัจจุบันทางราชกาลได้ประกาสให้วันที่31ธันวาคมให้เป็นวันสิ้นปีและในวันที่1มกราคมของทุกๆปีให้ถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่แต่ประเพณีการทำบุญและประเพณีในการเริงรื่นในวันหยุดและประเพณีสงกรานต์ก็ยังคงมียู่ทั่วของประเทศไทย ประเพณีบูญบั้งไฟ ประเพณีบูญบั้งไฟได้เป็นประเพณีหนึ่งของจังหวัดของภาคอีสานของประเทศไทย

และยังรวมไปถึงประเทศลาวโดยมีตำนานมานานกว่าตำนานพื้นบ้านอีสานเรื่องพระยาคันคาดและเรื่องผาแดงนางไอ่ซึ่งในนิทานพื้นบ้านดังกล่าวได้กล่าวถึงที่ชาวบ้านได้จัดงานบูญบั้งไฟขึ้นเพื่อเป็นการบูชาเทพพบุตรซึ่งชาวบ้านได้มีความเชื่อว่าพญาเถรมีหน้าที่ดูแลทำหน้าที่ให้ฝนตกตามฤดูกาลหากหมู่บ้านไหนไม่จัดทำกาลบุญบั้งไฟ

เพื่อเป็นการบูชาฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาลอาจจะเกิดภัยพิบัติให้กับหมู่บ้านก็เป็นได้ช่วงเวลาประเพณีของบุญบั้งไฟคือเดือน6หรือเดือนพฤษภาคมของทุกปีประเพณีกวนข้าวทิพย์ 

ประเพณีกวนข้าวทิพย์เป็นพระราชพิธีทำกันในเดือน10ซึ่งได้มีมาตั้งแต่สมัยสุริโขทัยและสมันในกรุ่งศรีอยุธยาเป็นราชธานีและได้รับการฟื้นฟูครั้งใหญ่ในสมัยรัสกาลที่1และมาระเว้นในสมัยรัสกาลที่2และรัสกาลที่3และได้รับการฟื้นฟูอีกในครั้งในสมัยรัสกาลที่4เป็นต้นมาแต่ในสำหรับปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่นั้นจะจัดขึ้นกันในเดือน12ในบางแห่ก็จัดขึ้น

ในเดือน1ของแต่ละปีและชาวบ้านนั้นต่างก็ได้มีความพร้อมเพียงกันในจัหวัดสิงบุรียังคงรักษาวิถีการกวนข้าวทิพย์หมู่บ้านลพบุรีทองหมู่บ้านในอำเภอเมืองธนบุรียังคงรักษาอนุรักษ์ประเพณีและได้มีความเชื่อถือกันมาอย่างมั่นคงถือได้ว่าเป็นแบบอย่างที่ดี

เอกสารรับของConrad Haas

สำหรับเรื่องราวเหล่านี้ที่มันยังคงเป็นข้อสงสัยของนักวิจัยและนักโบราณคดีของใครหลายๆคนที่ต่างก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าร่องรอยต่างๆที่ได้มีการค้นพบในที่เหลานี้มันมีความหมายอย่างไรและมันจะเกี่ยวข้องอะไรกับอาณานิคมแห่งนี้และจอนไว้เขาได้ทิ้งลูกทิ้งเมียเพื่อกลับอังกฤษไปทำอะไรและทำไมอาณานิคมแห่งนี้จึงได้หายไปอย่างไม่มีร่องรอยใดๆให้เห็น

อาณานิคมโรอาโนกที่สาบสูญ

หากย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคมในปี1587เมื่อสิ่งที่ได้เกิดขึ้นก็คือนักล่าอาณานิคนชาวอังกฤษ115คนได้เข้ามาตั้งแค้มป์อยูบนเกาะ โรอาโนก หรือนอกฝั่งรัฐน็อตโคโลเลน่าในปัจจุบันหัวหน้าทีมจอนไว้ได้ตัดสิ้นใจเอาไว้ว่าจะต้องร่องเรือกลับอังกฤษเพื่อที่จะได้นำเอาเสบียงมาเพิ่มจากนั้นเขาก็จึงได้ทิ้งภรรยาลูกสาวและหลานสาวของเขาเอาไว้ลกับลูกทีมคนอื่นๆ

ซึ่งก็ได้เป็นการตัดสิ้นใจที่อย่างผิดพลาดที่สุดเมื่อเขานั้นได้กลับมาที่ประเทษอังกฤษก็ได้เกิดสงครามนาวีครั้งที่ยิ่งใหญ่ในระหว่างอังกฤษกับสเปนและราชินีอลิซาเบธก็ยังได้ยืนยันอีกว่าเรือทุกลำที่ใช้การได้จะต้องนำเอามาใช้ในสงครามทั้งหมดไว้จึงต้องเลื่อนในการเดินทางกลับโรอาโนกออกไปก่อนนอกจากนั้นมา3ปีนานพอสมควรที่จะต้องเกิดอะไรขึ้น

หลายอย่างเมื่อเขานั้นได้กลับมาถึงก็ไม่มีอาณานิคมหลงเหลือเอาไว้ให้เห็นและทุกอย่างก็ดูเหมือนโดนทิ้งเอาไว้และเบาะแสเดี่ยวที่บ่งบอกกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นก็คือ รอนแกะสลักที่บนเสาไม้ได้เขียนเอาไว้ว่าโคอาโทนนั่นก็คือ ชื่อเกาะที่อยู่ทางด้านทางตอนใต้ของโรอาโนกแต่ก็ไม่มีใครค้นพบว่าความจริงแล้วมันเกิดขึ้นอะไรกับที่นี้กันแน่

เอกสารลับซิบยู

ในปี1961เอกสารซิบยูก็ได้ถูกค้นพบได้โรมาเนียหนังสือ450หน้าได้ถูกตีพิมในช่วงของศตวรรษที่16จากข้อมูลหนังสือที่ได้มีความเก่ากว่าและจะต้องทำให้ทุกคนนั้นต้องถึงกับจะต้องทึ่งเพราะว่าในหนังสือนั้นมันได้บอกถึงรายละเอียดทั้งหมดเอาไว้ที่เกี่วกับจรวดที่มีหลายชั้นและมันยังพูดถึงเชื้อเพลิงของเหวและจรวดที่ได้มีมนุษย์ควบคลุมแต่ที่หน้าทึ่งก็คือเรื่องทั้งหมดนี้

ได้ถูกเขียนขึ้นโดยวิศวกรทหารชาวฮังการีที่มีชื่อว่าConrad Haas เพียงช่วงประมาณ1550 1570 และนอกจากจรวดแล้วเขาก็ยังได้มีการออกแบบอาวุต่างๆและถือแม้จะไม่แน่ใจแล้วว่าดีทรายเหล่านี้ได้ถูกนำเอามาผลิตจริงหรือไม่แต่มันก็ยังคงมีปริศนาที่ลึกลับมากจริงๆว่าเขานั้นสามารถคิดเรื่องที่มีระดับสูงนี้ได้อย่างไรกัน

เกิดอะไรขึ้นจากซากศพของโคลัมบัส

การที่ได้มีการสำรวจจากนักโบราณคดีต่างๆเพื่อที่จะหาข้อมูลให้ได้ว่าสิ่งเหล่านี้นั้นมันมาจากที่ใดและมีความสำคัยอย่างไรกับพื้นที่แห่งนี้ และยังไม่ได้คำตอบเลยว่าสิ่งของพวกนี้นั้นใครเป็นสร้างและพวกเขานั้นจะสร้างมันเอาไว้เพื่ออะไรและยังรวามไปถึงซากศพที่ได้มีการค้นย้ายไปเก็บเอาไว้ที่ไหนกันแน่

กองหินปริศนาคาร์นัค

โดยบริเวณหมู่บ้านคาร์นัคในฝรั่งเศษ ก็ได้ค้นพบกองกินตั้งแต่ยุดก่อนประวัติศาสตร์มากกว่า3000ก้อน ซึ่งโดยได้คาดการไว้ว่าคนจากในก่อนยุคพรี เซลล์ทิกซึ่งเป็นผู้ตั้งหินก้อนเมื่อประมาณ4,000 6,000 ห้าร้อยปีก่อนก้อนหินคาร์นัคประกอบด้วยหินเดียวมากมายที่เราได้รู้จักกันดีในชื่อ Men Hair ที่นี่ก้ได้ถือว่าเป็นปรากฏการณ์หินตั้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แต่ก็ยังไม่มีใครรู้ได้เลยว่าพวกเขานั้นได้ทำมันขึ้นมาเพื่ออะไรกลุ่มหินหลักซึ่งจะประกอบไปด้วยหินประมาณ12แถวและมีความยาวประมาณเกือบ1.6กิโลเมตรซึ่งโดยปลายแถวในแต่ละฝังจะมีกลุ่มหินที่ได้ตั้งเป็นวงกลมอยู่ทางฝังตะวันตกนั้นจะเป็นหินที่มึความสูงกว่า4.3เมตรแต่สำหรับหินที่อยู่ทางด้านฝังตะวันออกจะมีจำนวนที่เยอพะกว่ามาก

และมีความสูงปรมาณ0.6เมตร และตามตำนานของชาวท้องถิ่นกองกำลังของทหารโรมันเดินทัพเข้ามายังในพื้นที่ตอนที่พ่อมดมือลิงกำลังเสกให้หินนั้นได้ตั้งขึ้นแต่มันก็ยังไม่มีหลักฐานที่จะเอามายืนยันทางด้านความคิดนี้ได้ดังนั้นมันก็น่จะเป็นปริศนาไปอีกประมาณ6พันปีนั้นเอง

เกิดอะไรขึ้นกับซากศพของโคลัมบัส

อย่างที่คุณนั้นพอที่จะดาวได้ว่านักสำรวจที่มีอิทธิพลอย่างโคลัมบัสที่ได้รับความเคราพนับถือเป็นอย่างมากและเนื่องด้วยเป็นบุคคลที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์และไม่มีใครที่จะแน่ใจเลยสักคนว่าร่างของเขานั้นได้ถูกฝังเอาไว้ที่ไหนและด้วยความที่สับสนที่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าในการฝังศพใหม่ในหลายๆครั้งก็ได้เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี1506ในตอนที่ลูกชายของเขานั้น

ไม่พอใจกับที่จะฝังศพเอาไว้ในเมืองวาลลาโดลิดประเทศสเปนจึงได้ย้ายร่างของเขานั้นมาที่สุสานคริสโตเฟอร์ร่างของเขาจึงอยู่ที่นั่นจนถึงปี1542จากนั้นจึงได้ถูกย้ายไปซานโตโดมิงโกแต่เมื่อในปี1795

ในตอนที่ฝรั่งเศษพิชิตเกาะในจากสเปนกระดูกของโคลัมบัสก็ได้ถูกย้ายไปที่ฮาวานาประเทศคิวบาและเมื่อคิวบาได้รับอิสระภาพจากสเปนในปี1998ร่างของเขาก็ได้ถูกส่งกลัมาที่มหาวิหารเซบียาอีกรอบ ดังนั้นมันก็ยังคงเป็นปริศนากันต่อไปว่าร่างของเขานั้นมันอยู่ที่ไหนกันแน่

ช่างภาพที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยที่เราควรจดจำ 

คุณ ใหญ่ อมาตย์ นิมิตภาคย์ เขาคือหนึ่งในช่างภาพที่มีชื่อเสียงดังของประเทศไทย

ส่วนใหญ่แล้วเรานั้นมักจะไม่ค่อยมีเวลาในการพักผ่อนสักเท่าไหร่ ซึ่งในการหาความสุขให้กับตนเองนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นการนอนหลับเพียงอย่างเดียวเพราะในความเป็นจริงแล้วเราสามารถทำได้หลากหลายอย่างและหลากหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งในบางคนรู้สึกว่าชอบดนตรีดังนั้นในการพักผ่อนของเขาก็เป็นการเล่นดนตรีหรือการรับฟังดนตรีและเสียงเพลง ซึ่งในขณะเดียวกันบางคนก็ไม่ได้ชื่นชอบดนตรี ดังเช่น คุณใหญ่ อมาตย์ คนนี้เพราะเป็นช่างภาพเปรียบได้เป็นคนที่มีชื่อเสียงต้นๆเลยแหละ เขามีชื่อเสียงในเรื่องของการถ่ายภาพและเป็นการถ่ายภาพที่เป็นราดาก็มากอยู่พอสมควร ซึ่งเรียกได้ว่าการถ่ายภาพดาราเป็นงานที่เรียกชื่อเสียงของเขาก็ได้นะ

ภาพส่วนใหญ่จะถูกถ่ายทอดออกมาด้วยการถ่ายภาพนิ่งให้ดูมีสีสัน

สำหรับการถ่ายภาพออกมานั้นจะเป็นการโชว์ผิวหนังและรูปร่างในแนวแบบดิบๆ ทำให้การมองภาพมีแบบมิติยิ่งขึ้น แต่นั้นก็ไม่ใช่ภาพที่เรียกว่าอนาจารนะ และเรื่องร่าสุดทีเขาทำผลงานในงานนิทรรศกาลของเขานั้นก็สามารถการันตรีได้ว่าเขาสามารถทำผลงานออกมาได้ด้วยการเป็นที่ยอมรับของผู้คน

การทำผลงานออกมาของเขาได้ระดับที่มีแต่ผู้คนให้ความยอมรับไม่ว่าจะเป็นดาราและนักดนตรีนับไม่ถ้วนจนกลับกลายเป็นประเด็นที่มีคนจับตามองว่าเขาเป็นการถ่ายภาพเซ็กซี่แน่นอนว่าคอนเซ็ปที่ออกมาต้องการเสริมในจุดเด่นแต่นั้นก็เป็นการแอบซ่อนของจุดด้อยอีกด้วยซึ่งจากภาพที่มีทั้งหมดจะเป็นการใช้วิธีการเพื่อเป็นการเพิ่มสัดส่วนเกี่ยวกับเรือนร่างแต่ก็ถ่ายออกมาให้เป็นเพียงแค่ขาวกับดำเพียงเท่านั้นเพื่อเป็นการเพิ่มอารมณ์ให้แก่ภาพ

การตัดสินใจของเขามักจะมีบทบาทกับทุกคนเสมอ

พี่ใหญ่คนนี้ถือว่าเป็นผู้ที่คิดค้นการถ่ายภาพสไตล์นี้ที่รวมเรื่องของยุคสมัยใหม่และแฟชั่นให้เข้ากับนายแบบได้อย่างลงตัวแบบพอดีที่สุดแล้วกับสไตล์อย่างนี้ในแบบอย่างของเขาก็เป็นการที่จะได้เป็นต้นแบบให้เหล่าบรรดาทีมงานและอีกหลายคนทำตามกัน 

ไม่ว่าจะเป็นการชื่นชอบในแบบไหนก็ตามหากมีความรักและเป็นการชอบเราสามารถนำมาใช้เพื่อเป็นการพักผ่อนได้อย่างสบายใจ และเป็นการพักผ่อนที่ทำให้เราเกิดการคลายเครียดได้อีกต่างหาก ในการพักผ่อนเป็นข้อดีนะอยากให้ใครต่อใครได้ทำตาม ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนรูปแบบไหนก็ตามมันจะส่งผลให้เราได้ผ่อนคลายจากการทำงานที่หนักหรือการเจอปัญหาที่เหนื่อยและยากในแต่ละวัน