ผู้เขียน: admin

ตำนานอุ้ยเสี่ยวป่อ

วันนี้เราจะมาพูดถึงหนัง อุ้ยเสี่ยวป่อ จอมยุทธเย้ยยุทธจักร ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้บ่งบอกถึงชายหนุ่มจอมกะกล่อนที่มีนามว่า อุ้ยเสี่ยวป่อ ที่ได้ปลอมตัวเป็น ขันที เพื่อที่จะได้เข้าไปในวังเพื่อที่จะได้เข้าไปตามหาคัมภีร์42บทตามคำสั่งของอาจารย์แต่แล้วเขานั้นก็ได้กลายมาเป็นคนชนิทของฮ่องเต้และมินำซ้ำยังได้สาวสวยมาเป็นภรรยาทั้ง7คนและเรื่องราวมันจะเป็นอย่างไรนั้นเราได้ดูพร้อมๆกันได้เลย

อุ้ยเสี่ยวป่อ หรือว่าพระเอกได้อาศัยอยู่ในหอกับพี่สาวนางโลมเขาได้มีนิสัยกะกล่อนเฉลียวฉลาดเข้าตัวรอดได้จนวันหนึ่งทหารก็ได้เข้ามาตรวจค้นที่ได้ออกตามหากลุ่มกบฏของพรรคฟ้าดินและได้รอบทำร้ายซึ่งได้เป็นประมุขของพรรคฟ้าดินได้รับบาดเจ็บที่บริเวณดวงตาจากนั้นเมื่ออุ้ยเสี่ยวป่อได้เห็นว่าคนผู้นั้นเจินชินนาน

ซึ่งได้เป็นวิรบุรุษที่เขาได้ศรัทธาเลื่อมใสมานานจากนั้นเขาก็เลยได้ตัดสินว่าที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยจากนั้นด้วยความฉลาดของ อุ้ยเสี่ยงป่อ แล้วจันเฉินนานก็ได้รับเขาเป็นศิษย์ในเวลาต่อมาจากนั้นก็ได้แต่งตั้งให้เขาได้เป็นหัวหน้าสาขามรตกของพรรคฟ้าดินจากนั้นมาอุ้ยเสี่ยวป่อนั้นก็ได้ถูกส่งตัวเอาไปในวังหลวงเพื่อสั่งให้ได้เข้าไปตามหาพระคัมภีร์42บทจันเฉินนานก็ยังได้บอกกับเขาว่าให้เขาไปสมัครไปเป็นเด็กส่งหนังสือ

และในช่วงนั้นช่องที่ได้รับสมัครเด็กส่งหนังสือก็ได้มีผู้คนได้เข้ามาต่อแถวเป็นจำนวนมากอุ้ยเสี่ยวป่อก็เลยมองไปเห็นช่องที่รับสมัครงานอีกช่อง ซึ่งไม่มีใครเข้ามาสมัครและต่อแถวอุ้ยเสี่ยวป่อเขาก็เลยเดินเข้าไปในนั้นแต่เขาหารู้หรือไม่ว่าช่องที่เขาได้เดนเข้าไปนั้นมันได้เป็นแผนกช่องรับสมัครขันทีในช่วงขณะที่เขาได้ถูกมัดติดเอาไว้กับเก้าอี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้น

จะโดนตอนจากนั้นก็ได้มีขันทีคนหนึ่งที่ได้มีนามว่าไห กงกงหรือว่าไหต้าฟูเขาได้เดินเข้ามาและได้บอกว่าอย่าพึ่งตอนพระว่าข้าจะต้องรับใช้คนเดี๋ยวนี้ถ้าหากว่าตอนอย่างน้อยแล้วจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณถึงสองเดือนกว่าที่เขานั้นจะสามารถเดินได้ไหกงกงเข้าก็เลยได้แหกกฎจับอุ้ยเสี่ยวป่อโดยที่เขานั้นยังไม่ได้ถูกตอน

เมื่อเขาได้เดินทางเข้ามาถึงไหกงกงก็ได้สั่งสิวกุ้ยจื่อกับเสี่ยงป่อให้เข้าไปหาของบางอย่างที่ได้อยู่ในตำหนักไทเฮาให้เขาแต่สิวกุ้ยจื่ยก็ไม่ยอมเข้าไปเพราะว่าเขานั้นกลัวตายเขาได้บอกว่าทุกคนที่ได้เข้าไปในนั้นก็ไม่เคยมีใครกลับมาเลยซักคน

 

สนับสนุนโดย  entaplay poker

ตำนานพญานาคป่าคำชะโนด

สำหรับเรื่องนี้มันก็ได้มีหลายคนที่ได้เคยเล่ากันไปแล้วเกี่ยวกับตำนาน ตำนานนี้แต่ถึงอย่างไรเราก็จะนำเอาเรื่องนี้กลับมาเล่าอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้มันได้เป็นเรื่องความเชื่อส่วนบบุคคลมันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถที่จะไปบังคับใครให้เชื่อได้เลยว่าเรื่องแบบนี้มันได้มีอยู่จริงหรือไม่

สำหรับวันนี้เราจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับพญานาคที่ป่าคำชะโนดที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งหลายๆคนก็อาจจะรู้จักกับป่าคำชะโนดดีกันอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น ตำนาน ผีจ้างหนัง หรือ ว่าจะเป็นตำนานเกี่ยวกับทางเข้าของเมืองบาดานและในความเชื่ออื่นๆอีกมากมาย ซึ่งจริงๆแล้วตำนานในเรื่องของพญานาคนั้นไม่ได้ถูกเริ่มขึ้นมาที่ประเทศไทยแต่มันได้เป็นเรื่องเล่ากันมาตั้งแต่ประเทศลาว

ซึ่งเมืองของพญานาคนั้นจะถูกแบ่งออกไปเป็นสองส่วนและในส่วนที่หนึ่งที่น่าจะมีเจ้าพ่อพญาศรีสุทโธ และอีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นเจ้าพ่อสุวรรณนาค นอกจากนี้ความจริงแล้วพณานาคสองตนนี้ก็ได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและได้มีความสามัคคีกันมาก ซึ่งทั้งสองฝั่งก็จะแบ่งกันไปหาอาหารในส่วนหนึ่งส่วนฝ่ายใดที่ได้ออกไปล่าหาอาหารและอีกฝ่ายหนึ่งก็จะไม่ออกไปล่าอาหาร

เพราะว่าทั้งสองจะต้องทะเลาะกันอย่างแน่นอนทั้งสองก็เลยทำข้อตกลงกันว่าหากฝ่ายใดที่ออกไปล่าอาหารมาได้จะต้องแบ่งกัน ซึ่งพญานาคทั้งสองตนนี้ก็ได้อยู่ร่วมกันมาอย่างเป็นระยะเวลานาน โดยที่ไม่มีข้อขัดแย้งกันแต่อย่างใด แต่มีอยู่วันหนึ่งเจ้าพ่อพญาศรีสุทโธได้พาบริวานทั้ง5,000ตัวได้ออกพาไปล่าหาอาหาร

และในวันนั้นเจ้าพ่อพญาศรีสุทโธก็ได้ช้างกลับมาเป็นอาหารและตามข้อตกลงก็จะต้องทำการแบ่งช้างให้ครึ่งหนึ่งให้กับเจ้าพ่อสุวรรณนาคและในวันนั้นทั้งสองก็ได้กินอาหารที่เจ้าพ่อพญาศรีสุทโธได้ล่ากลับมากินอย่างมีความสุขต่อมาในวันรุ่งขึ้นพญาสุวรรณนาคก็ได้ออกไปล่าอาหารแต่ที่ได้กลับมาก็คือแม่นจึงได้แบ่งเนื้อและหนังของแม่นให้กับพญาศรีสุทโธครึ่งหนึ่งตามที่ได้ตกลงกันไว้แต่ด้วยพญาศรีสุทโธไม่รู้มาก่อนว่าแม่นนั้น

ลักษณะมันเป็นอย่างไง ซึ่งพญาศรีสุทโธไม่เคยรู้เลยว่าแม่นนั้นมันตัวเล็กและมีขนที่ใหญ่ เมื่อพญาศรีสุทโธได้เห็นเนื้อและหนังของแม่นที่สุวรรณนาคที่ได้แบ่งให้จึงได้ทำเอาขนแม่นนำเอาไปเทียบกับขนช้างที่จับมาได้เมื่อวานแต่ปรากฎว่าขนแม่นนั้นมันใหญ่กว่าจึงทำให้พญาศรีสุทโธได้เข้าใจว่าแม่นนั้นมันจะต้องตัวใหญ่มากๆแน่เลยแต่ทำไมเนื้อที่พญาสุวรรณนาคที่ได้แบ่งมาให้มันชั่งน้อยเหลือเกิน

 

ขอขอบคุณ  ทางเข้า entaplay  ที่ให้การสนับสนุน

ตำนานถ้ำแห่งคริสตัลที่ประเทศเม็กซิโก

มีสถานที่ท่องเที่ยวที่นำแห่งประเทศเม็กซิโกซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนั้นมีความโด่งดังมากเนื่องจากมีคริสตัลยักษ์มากมายถูกฝังอยู่ใต้พื้นดินนั่นจึงทำให้เมื่อมีคนไปสำรวจใต้ดินจึงได้พบกับคริสตัลเหล่านี้และก็ได้มีคนบอกต่อเรื่องราวว่ามีคริสตัลฝังอยู่ใต้ดินกันมาเรื่อยๆจนมันก็มีความโด่งดังขึ้นและถูกเปิดกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง

ซึ่งมีกฎว่าห้ามขโมยไปโดยเด็ดขาดรถนิสสันที่นี่นะมีมูลค่ามากโดยเป็นคริสตัลที่มีความสว่างโดยที่ไม่ต้องใช้สีอะไรมากระทบกับคริสตัลเลยเหมือนกับว่าเรากำลังเปิดไฟอยู่เลยด้วยซ้ำโดยพวกมันเป็นพิษซึ่งเกิดมาเองจากธรรมชาติโดยคริสตัลนั้นที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลกเลยทีเดียว 

โดยที่นี่นั้นก็ได้มีตำนานเรื่องของชาวนาคนนึงซึ่งชาวนาคนนี้นั้นเป็นชาวนาที่มีความยากจนเป็นอย่างมากเท่านั้นที่จะไม่มีอาหารกินได้ด้วยซ้ำมีอยู่วันหนึ่งที่เขากำลังจะเดินทางไปที่ไร่นาเพื่อทำการปลูกข้าวเขาก็ได้เดินผ่านแม่น้ำและเห็นว่ามี หญิงสาวคนหนึ่งกำลังจะจมน้ำในแม่น้ำเมื่อเช้านะเห็นเขาจะรีบกระโดดลงไปในแม่น้ำและช่วยเธอขึ้นมาจากแม่น้ำหญิงสาวนั้นก็ได้แปลงร่างเป็นนางฟ้าอีกครั้งจนทำให้เขาตกใจมากนางฟ้าขอบคุณชาวนาคนนี้และคิดที่จะให้รางวัลของเขา

โดยการที่เธอนั้นแต่คริสตัลมากมายให้กับชาวนาชาวนาเมื่อได้รับแล้วก็ดีใจเป็นอย่างมากเขาน้ำก็ได้กล่าวขอบคุณกับนางฟ้าเป็นอย่างมากด้วยข้อมองว่าหากเท่านั้นนำคริสตัลเหล่านี้กลับบ้านไปก็อาจจะมีคนมุ่งร้ายจะมาขโมยคริสตัลจากเขาก็เป็นได้ชาวนาจึงได้ขอร้องให้นางฟ้าซ่อนคริสตัลเหล่านี้ไว้ใต้ดินที่กลางป่าโดยนางฟ้าจะต้องให้เขานั้นเป็นผู้เดียวที่สามารถเข้าไปได้จนกว่าเขาจะตายลง ซึ่งนางฟ้าก็ตอบตกลงและทำการที่ชาวนาพูดทุกอย่างและเธอก็บินกลับที่สวรรค์เมื่อชาวนาอาศัย

อยู่มาสักพักชาวนาทุกๆวันก็จะนำคริสตัลออกมาจากใต้ดินแล้วก็นำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันทุกคนต่างสงสัยว่าชาวนานั้นร่ำรวยได้อย่างไรแต่ชาวนาก็ไม่ยอมบอกและพวกเขาก็ยังคงไม่รู้จึงต้องเก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจตลอดไปจนเมื่อเช้านะเริ่มแก่ใกล้เสียชีวิตเขานั้นมีเป้าหมายในตอนที่ยังหนุ่มว่าจะบอกเรื่องคริสตัลนี้ให้กับลูกหลานให้ลูกหลานนั้นนำไปใช้เรื่อง

จากเขาแก่แล้วเขาจึงจำไม่ได้ว่าตัวเขาเองนั้นร่ำรวยจากคริสตัลของนางฟ้าเขาจึงลืมไปว่าเขามีคริสตัลและไม่ได้บอกเรื่องราวเรื่องนี้ ให้กับลูกหลานของเขาฟังนั่นจึงทำให้คริสตัลเหล่านี้จึงถูกฝังอยู่ใต้ดินตลอดกาลและก็เพิ่งมาถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้เอง 

และนี่ก็คือเรื่องราวตำนานของสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังของถ้ำคริสตัลประเทศเม็กซิโก

 

สนับสนุนโดย  next88

ตำนาน Chocolate Hill ที่ประเทศฟิลิปปินส์ 

        ที่ประเทศฟิลิปปินส์เรามักจะเห็นเนินเขาขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากมายเป็นพันๆลูกเลยทีเดียวซึ่งพวกเขาเหล่านี้มีการถูกเรียกชื่อว่า Chocolate Hill ซึ่งสาเหตุที่ภูเขาเหล่านี้ถูกเรียกว่าช็อคโกแลตฮิว นั่นก็เพราะว่าทุกปีในช่วงฤดูแล้งนั้นภูเขาเหล่านี้จะมีการเปลี่ยนจากสีเขียวขจีไปเป็นสีน้ำตาล สำหรับตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับChocolate Hill นั้น

มีการบอกเล่าเรื่องราวเอาไว้ว่า สมัยก่อนนั้นที่บริเวณแห่งนี้มีควายยักษ์ซึ่งมีขนาดใหญ่โตเทียบเท่าได้กับภูเขาเลยทีเดียวซึ่งควายยักษ์นี้มักจะมาแอบกินพืชผักของชาวบ้านเป็นอาหารอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เทือกสวนไร่นาของชาวบ้านนั้นต่างก็ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากจนในที่สุดชาวบ้านก็ได้มีการรวมตัวกันและคิดหาวิธีที่จะป้องกันไม่ให้ควายยักษ์

ตอนนี้มากัดกินพืชสวนไร่นาของตนเองได้นั่นเอง ซึ่งวิธีการที่ชาวบ้านทำนั้นก็คือการที่ชาวบ้านนั้นหาอาหารมากองไว้กองสูงเท่าภูเขาซึ่งอาหารเหล่านั้นเป็นอาหารที่มีการบูดเน่าเสียหายแล้วและเมื่อควายยักษ์มาเห็นมันก็กินอาหารที่บูดเน่ากองโตเหล่านั้น ปรากฏว่าควายยักษ์ตนนั้นเกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรงทำให้มันปวดท้องและมันก็วิ่งพล่านไปทั่ว

ซึ่งควายยักษ์นั้นก็ได้มีการถ่ายเรี่ยราดไว้เต็มบริเวณทุ่งนาเต็มไปหมดและด้วยขนาดของลำตัวของควายที่มีขนาดใหญ่มากๆเวลามันถ่ายกองมูลอุจจาระของควายจึงมีขนาดใหญ่โตเกือบเท่าภูเขาและเมื่อนานวันไปมูลของควายยักษ์ก็แห้งลงกลายเป็นภูเขาลูกใหญ่นั่นเอง และในที่สุดภูเขาซึ่งเกิดมาจากมูลของควายยักษ์นั้นก็กลายมาเป็นช็อกโกแลตฮิลล์ในปัจจุบันนั้นนั่นเอง 

ซึ่งปัจจุบันนั้นช็อคโกแลตวิวกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งสถานที่แห่งนี้จะอยู่ทางบริเวณตอนใต้ของกรุงมะนิลาและจะอยู่บนเกาะ bohol โดนว่ากันว่ากระบวนนั้นคือเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศฟิลิปปินส์เลยก็ว่าได้ที่เกาะแห่งนี้จึงมีภูเขาขนาดกลางหลายโรคและที่สำคัญบริเวณ

โดยรอบของภูเขานั้นก็จะมีทะเลสาบรวมถึงมีหาดทรายสีขาวสะอาดตา ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นชาวฟิลิปปินส์เองหรือแม้แต่ชาวต่างประเทศต่างก็เดินทางมาเพื่ออยากมาชมความงดงามทางธรรมชาติและที่สำคัญเป็นสถานที่ที่นักดำน้ำต้องการลงไปดำน้ำดูปะการังลักษณะของเดือนเขาที่นี่นั้นจะเป็นลักษณะเหมือนกับคล้ายๆกับลูกช็อกโกแลต

เป็นก้อนกลมๆอยู่กระจัดกระจายเต็มไปหมดซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าภูเขาเหล่านี้นั้นมีอายุมาหลายร้อยล้านปีมาแล้ว ส่วนอีกตำนานหนึ่งนั้นมีการเล่าว่ามียักษ์ตนหนึ่งได้มาหลงรักหญิงสาวชาวบ้านแต่อยู่มาไม่นานหญิงสาวที่ยักษ์ตนนั้นหลงรักก็เกิดเสียชีวิตลงทำให้ยักษ์นั้นเศร้าโศกเสียใจและร้องไห้จนน้ำตาหยดออกมาเป็นช็อคโกแลตฮิวนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  rb88 thai

ตำนานอ่าวพระนาง          

             สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่นั่นก็คือ อ่าวพระนาง ซึ่งที่นี่มีเรื่องเล่าขานมาเกี่ยวกับเหตุผลที่แหล่งท่องเที่ยวบริเวณนี้มีการตั้งชื่อสถานที่มาจากอะไร ซึ่งเรื่องราวนี้มีการเล่าขานมาหลายชั่วอายุคนแล้ว โดยจุดเริ่มต้นของตำนานนั้นก็คือ  เดิมทีสถานที่แห่งนี้มีหมู่บ้านสองแห่งตั้งอยู่ริมทะเลด้วยกันทั้งคู่ และหมู่บ้านทั้งสองนี้ก็ไม่ค่อยจะถูกกันสักเท่าไหร่ มักจะทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เป็นประจำ โดยหมู่บ้านแห่งแรกนั้น มีผู้นำของหมู่บ้านชื่อว่า ตายมดึง ซึ่งเขามีเมียชื่อว่านางรำพึง โดยตายมดึงกับนางรำพึงนั้น ไม่มีลูก  แต่อีกหมู่บ้านนั้น มีผู้นำของหมู่บ้านที่ชื่อว่า ตาวาปราบ และมีเมียชื่อนางไม 

ซึ่งพวกเขามีลูกชายด้วยกันอยู่หนึ่งคน นายบุญ  ทางด้านนาย ยมดึงกับนางรำพึงนั้นด้วยความที่อยากมีลูกมาก แต่ไม่มีลูกสักที จึงได้ไปร้องขอพญานาคให้ช่วยดลบันดาลให้นางรำพึงนั้นมีลูก โดยมีการกำหนดว่าพวกเขานั้นอยากได้ลูกสาว ซึ่งทางฝั่งพญานาคเองก็รับปากจะช่วยให้นางรำพึงมีลูกสาว แต่มีข้อแม้ว่า หากว่าลูกสาวของนาย ยมดึงกับนางรำพึงโตเป็นสาวขึ้นเมื่อไหร่ พวกเขาทั้งคู่จะต้องยกลูกสาวมาให้เป็นภรรยาของลูกชายของพญานาค และทั้งคู่ต่างก็รับปาก จนเมื่อนางรำพึงตั้งท้องและคลอดลูกสาวออกมา นางรำพึงได้ตั้งชื่อลุกสาวว่านาง 

ซึ่งเมื่อนางโตเป็นสาว เธอมีหน้าตาที่สะสวยมาก ชายหนุ่มในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านต่างก็หมายปองอยากได้เธอมาครอง รวมทั้งนายบุญลูกชาย หมู่บ้านคู่อริด้วย เขาได้รบเล้าให้ตาวาปราบมาของ ลูกสาวของนางรำพึงให้ ด้วยตาวาปราบรักลูกมากจึงยอมตามใจลูกชายมาสู่ขอ นางให้กับลุกของตนเอง และทางด้านนางรำพึงกับตายมดึง ก็ได้ยกให้เพราะอยากให้ลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝาโดยลืมไปว่าตัวเองนั้นได้มีการยกลูกสาวให้กับลูกชายของพญานาคไปแล้ว จนเมื่อทางด้านนายบุญแห่ขันหมากมาสู่ขอ นางทำให้พญานาคไม่พอใจ จนทำให้พญานาคต้องมาแย่งตัวเจ้าสาวและทำให้เกิดเรื่องราวทะเลาะต่อสู้กันระหว่างพญานาคกับมนุษย์ขึ้น

เพราะนายบุญไม่ยอม ส่วนทางด้านตายมดึง เกรงว่าลูกสาวจะได้รับอันตรายจึงได้พาลูกสาวหนีแต่ตาวาปราบก็มาขัดขวางและจะแย่งตัวลูกสาวของนายยมดึงให้ได้จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ทำให้พระฤษีที่อยู่บริเวณนั้นจำเป็นต้องออกมาห้ามแต่ไม่มีใครยอมฟัง ทำให้พระฤษีโกรธมากตัดสินใจสาปทุกคนที่อยู่ในที่นั้นไม่ว่าจะเป็นคนหรือพญานาครวมถึงสิ่งของต่างๆ

ให้กลายเป็นหินให้หมด เช่น บ้านของนางกลายมาเป็นภูเขาบริเวณอ่าวพระนาง และเรือนหอนั้นก็กลายมาเป็นถ้ำ ซึ่งต่อมาเรียกว่าถ้ำพระนาง และทางด้านพญานาคที่กำลังหนีลงทะเลก็ได้กลายเป็นหิน ปัจจุบันก็มีชื่อเรียกว่าหนอนนาค เป็นต้น และด้วยตำนานที่ฤษีสาปให้กลายเป็นหินนี่เองที่ทำให้สถานที่ต่างๆ ถูกตั้งชื่อตามตำนานที่มีการเล่าขานกันและกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในปัจจุบัน

 

 

สนับสนุนโดย  entaplay line

ตำนานสงคราม กบฎไท่ผิง

สงครมที่ได้มีผู้เสียชีวิตมาที่สุดในสงครามที่เรานั้นได้มีความรู้จักกันเป็นอย่างดีและถ้าเจอเราไม่ได้พูดชื่อก็ไม่มีใครที่จะรู้จักอย่างแน่นอนและสงครามนั้นนั่นก็คือ

สงครามสามก๊ก ซึ่งตามข้อมูลแล้วเขายังได้บอกเอาไว้ว่าได้มีจำนวนของผู้ที่สูญเสียมากกว่า37ล้านคนเลยทีเดียวคือเวลาที่เราได้พูดถึงสามก๊กเราได้เชื่อว่าหลายๆคนก็อาจจะนึกถึงในเรื่องของการ์ตูนตำนานหนังนิยายที่เขาเอาออกมาทำจากสงครามจริงๆถ้าให้เราได้สรุปเนื้อหาสั้นๆที่เกี่ยวกับตำนานสามกั๊กเขาได้บอกเอาไว้ว่า สามก๊ก คือตำนานที่ใหญ่ที่สุดของในประวัติศาสตร์จีน

โดยจุดเริ่มต้นในครั้งนี้ได้เกิดในยุคปลายราชวงศ์ตะวันออกที่แผ่นดินจีนได้เกิดความขัดแย้งและได้แตกแยกออกไปเป็นแขวงต่างๆกันไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าเมืองหลวงซีนามตั๋งโต๊ะได้ครอบครองราชวงศ์เอาไว้เป็นของตนเองก่อนที่จะสถาปนาตัวเองเป็นบิดาบุญธรรมของพระเจ้าเหี้ยนเต้

ซึ่งในตอนนั้นเขายังได้ทรงพระเยาว์วัยอยู่และคอยชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมดจนทำให้วันหนึ่งได้มีคนที่ทนไม่ไหวและได้มีการรอบสังหารตั๋วโต๊ะเกิดขึ้นและได้เกิดการแย้งชิงอำนาจกันอย่างรุนแรง โดยกองกำลังบก็ได้ถูกแบ่งออกไปเป็นสามอย่างด้วยกันมีฝ่ายวุยก๊กที่นำโดยโจโฉจ๊กก๊กที่นำโดยเหล่าปี่และง่อก๊กที่นำโดยซุนกวน

โดยสงครามนี้ได้กินระยะเวลานานเกิน100ปีและได้มีผู้เสียชีวิตจากข้อมูลคร่าวๆว่าประมาณ37ล้านคนเลยทีเดียว ซึ่งตำนานของสามก๊กนั้นมันเป็นเพียงข้อมูลคร่าวๆระยะสั้นที่เราได้สรุปออกมาได้แต่ถ้าใครอยากหาข้อมูลให้แน่นนกว่านี้ก็สามารถหาอ่านกันได้เลยที่เขาได้สรุปมาให้ได้ฟังเป็นที่เรียบร้อยอันนี้เป็นเพียงแค่ผิวๆเท่านั้นเองและสงครามต่อไปมันก็ยังได้วนเวียนอยู่ในประเทศจีนอยู่เหมือนเดิมแต่เวลาที่เราอยากจะเป็นเกมเราก็อยากจะให้มีเกมต่อสู้ผ่านด่านและเป็นสงคราม

แต่ว่าในอดีตมันก็อาจจะดูล้าสมัยไปและสงครามที่ได้มีผู้สูญเสียเยอะที่สุดได้เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี1850-1864 ปี ซึ่งถือว่าเป็นสงครามที่มีระยะเวลาไม่นานแต่มีจำนวนของผู้สูญเสียมากกว่าสงครามที่ห้ากับสี่เกือบ10ล้านคนโดยสงครามตรงนั้นนั่นก็คือ กบฎไท่ผิง ซึ่งสงครามนี้ก็ยังได้เกิดขึ้นที่ประเทศจีนและได้เกิดหลังสงครามสามก๊กถึง1,600ปี

โดยตามข้อมูลเขาได้บอกเอาไว้ว่าประเทศจีนในยุคนั้นได้เกิดกบฎที่รุนแรงที่สุดนประวัติศาสตร์โดยในยุคนั้นได้ถูกปกครองโดยจักรพรรดิเสียนเฟิงแห่งราชวงศ์ชิงของชนเผ่าแมนจูซึ่งตามข้อมูลเขาได้ย้ำชัดเลยว่าจักรพรรดิท่านนี้ไร้ความสามารถในการปกครองมากทำให้ประชาชนได้อยู่อย่างลำบาก

 

สนับสนุนโดย  entaplay

ผีจ้างหนังที่ป่าคำชะโนด 

           สำหรับตำนานเรื่องผีจ้างหนังที่ป่าคำชะโนดนั้นมีการเล่าอ้างมากันตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงปัจจุบันก็ยังมีการพูดถึงกันอยู่โดยมีการนำเรื่องราวนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์ให้ดูกันแล้วซึ่งเรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงประมาณปีพุทธศักราช 2532 ซึ่งในขณะนั้นจะเป็นที่นิยมกันมากในการดูหนังกลางแปลงได้มีเจ้าของหนังกลางแปลงชื่อบริษัทธงชัยแสงชัยได้ออกมาเปิดเผยว่าอยู่ดีๆเขาก็ได้รับการ ว่าจ้างให้มาใช้หนังกลางแปลงที่คําชะโนดโดยระบุว่าให้มาสายอย่างที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งคนว่าจ้างนั้นบอกว่าให้เลือกหนังมาฉายที่หมู่บ้านวังทองไปจ่ายค่าจ้างเป็นเงิน 4,000 บาท

แต่ทางผู้ว่าจ้างนั้นมีการกำหนดข้อแม้เอาไว้อย่างชัดเจนเลยว่าจะต้องฉายหนังให้เสร็จและเก็บข้าวของให้เสร็จก่อน 4:00 น ดังนั้นจะต้องออกจากหมู่บ้านก่อน 4:00 น และที่สำคัญมาเก็บของขึ้นรถเรียบร้อยแล้วห้ามมองกลับไปข้างหลังอย่างเด็ดขาดซึ่งทางด้านเจ้าของหนังเรื่องเองก็ตอบตกลงทันทีเนื่องจากว่าเงิน 4000 บาท

ในสมัยนั้นถือว่ามีราคาสูงมากเลยทีเดียวเขาได้มีการเตรียมหนังไปทั้งหมด 4 เรื่องด้วยกันหลังจากที่เขาได้รับเงินค่ามัดจำแล้วเลยเขากะเวลาออกจากบ้านของเขาช่วงประมาณเย็นๆโดยนำลูกน้องไปด้วยประมาณ 4 คนและเมื่อกลับไปถึงแถวหมู่บ้านที่ถูกว่าจ้างให้เขาก็รู้สึกว่าหมู่บ้านนี้ค่อนข้างเงียบเหงามองดูแล้วไม่คล้ายกับว่าที่นี่จะมีงานมหรสพอะไรเลยในตอนแรกเขายังคิดว่าเขานั้นอาจจะขับรถหลงทางแล้วก็ได้แต่ในขณะที่กำลังจะเลี้ยวรถกลับนั้นก็ปรากฏว่ามีผู้หญิง 2 คนได้เดินมาเรียกพร้อมกับบอกว่าจะเป็นคนพาไปยังจุดฉายหนังเองเขาจึงได้ขับรถตามหญิงสาวทั้งสองคนไปเมื่อไปถึงตรงบริเวณที่ต้องมีการถ่ายหนัง

พวกเขาก็ลงมือจัดการกลางหนังและเตรียมอุปกรณ์การใช้หนังซึ่งระหว่างนั้นก็เริ่มมีผู้คนทยอยเดินกันมาเพื่อรอดูหนังแต่เขารู้สึกว่าที่นี่ไม่มีการเปิดแสงไฟสว่างมากนักอีกทั้งปกติแล้วหากเวลาที่มีหนังกลางแปลงก็มักจะต้องมีของมาขายแต่ที่นี่กลับไม่มีใครเอาของมาขายเลยมีแต่คนมานั่งรอเพื่อจะดูหนังที่สำคัญคนที่มานั่งดูหนังนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงจะมีการทาหน้าสีขาว

และที่สำคัญนั้นทุกคนจะแต่งชุดเหมือนกันโดยผู้ชายจะใส่ชุดสีขาวอย่างเดียวส่วนผู้หญิงจะใส่สีดำอย่างเดียวเวลานั่งดูหนังก็นั่งแยกกันไม่นั่งบนกันเหมือนกับที่อื่นซึ่งตอนที่เขานั้นได้มีการฉายหนังไม่ว่าคนพากย์จะพูดให้ตลกๆสักแค่ไหนเขาก็ไม่เคยได้ยินเสียงคนที่มานั่งดูหนังหัวเราะเลยซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมากอย่างไรก็ตามเขาทำการฉายหนังเสร็จช่วงประมาณ 02:00 น และเก็บของเสร็จก่อนที่จะถึง 4:00 น ซึ่งหญิงสาวทั้งสองคนที่เป็นคนเดิมก็เป็นคนพามาส่งออกนอกหมู่บ้านและจ่ายเงิน 4,000 บาทให้เขาเป็นค่าตอบแทนหลังจากที่หญิงสาวลงรถไปแล้ว

เขาก็จะหันไปขอบคุณแต่ก็หันไปไม่เจอหญิงสาวทั้งสองคนแล้วหลังจากนั้นเขาก็เลยไปเช็คข้อมูลของคนที่ว่าจ้างปรากฏว่าไม่ว่าจะเป็นคนที่ว่าจ้างหรือแม้แต่เจ้าอาวาสของวัดต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาไม่ได้ว่าจ้างให้มีการไปฉายหนังและที่สำคัญที่วัดก็ไม่ได้มีงานอะไรด้วยซึ่งเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้ว่าสุดท้ายแล้วใครกันแน่ที่ว่าจ้างหนังให้ไปฉายที่คำชะโนด

 

 

สนับสนุนโดย  dewabet

การค้นพบเมืองโบราณที่จมอยู่ใต้น้ำ

เมืองใต้น้ำ ประเทศอินเดีย

สำหรับสถานที่ก้อสร้างเมืองโบราณแห่งนี้มันได้ถูกค้นพบโดยบังเอิญในขณะที่ได้มีการทำการสำรวจมลภาวะของน้ำที่อ่าวอินเดียในช่วงปี2002 ซึ่งเมืองโบราณแห่งนี้ซึ่งได้อยู่ในระดับน้ำที่มีความลึกระดับประมาณ40เมตร ซึ่งคาดว่าอายุของสถานที่โบราณแห่งนี้น่าจะประมาณ4,000ปีถึงประมาณ5,000ปี หลังจากนั้นพวกชาวฮินดูต่างก็เชื่อว่าเมืองโบราณสถานแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมา

โดยพระเจ้ากฤษณะ ซึ่งท่านก็ได้เป็นร่างอวตานร่างหนึ่งของพระนารายณ์ที่นี่นั้นก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในเจ็ดเมืองที่ได้มีความเก่าแก่มากที่สุดในประเทศอินเดียกันเลยทีเดียว นอกจากนี้เรื่องรูปความสวยงามของเลขาคณิตที่ได้มีความสร้างความสนใจให้เหล่าทางนักโบราณคดีเป็นอย่างมาก ได้มีข่าวมาว่า เมืองที่มีความสวยงามแห่งนี้ที่ได้มีการประกอบไปด้วยพระราชวังศ์อยู่อีกหลายแห่ง

ที่ได้มีการสร้างขึ้นมาด้วยเงินโลหะและก็ทองคำ ซึ่งมันได้มีค่ามากมายนานาชนิดอีกทั้งมันก็ยังได้มีการคาดเดาอีกได้ว่าสถานที่เมืองแห่งนี้ได้จมลงไปอยู่ใต้ท้องทะเลหลงจากที่พระเจ้ากฤษณะได้เสียชีวิตลงไปแล้วต้องขอบอกเลยว่าสถานที่แห่งนี้ยังได้เป็นเมืองในตำนานที่ชาวฮินดูทุกๆคนเห็นทีว่าจะต้องเข้าไปสักการะให้ได้ในสักครั้งหนึ่งในชีวิต

สถานที่โบราณสถาน Titicacaทะเลสาบติติกากา ประเทศเปรู

สำหรับเรื่องของสถานที่แห่งนี้เราไม่น่าเชื่อเลยว่าสถานที่ในทะเลสาบที่ได้มีความลึกมากมายขนาดนี้มันจะมีเมืองโบราณที่ได้จมอยู่ใต้ทะเลน้ำแห่งนี้อีกด้วย เนื่องจากว่าในพื้นที่ทะเลสาบแห่งนี้มันได้มีระดับน้ำที่ลึกมาก ซึ่งในการทำการสำรวจจึงจะต้องอาศัยนักดำน้ำจำนวน200ชีวิต เพื่อที่จะลงปฎิบัติการทำการสำรวจและเมื่อได้นับอายุแล้วและก็ได้พบว่าสถานที่แห่งนี้

ได้มีอายุราวๆประมาณ1,500ปีกันเลยทีเดียว ซึ่งสถานที่แห่งนี้ยังได้มีความเก่าแก่มากกว่าสถานที่ไหนๆเสียอีก ซึ่งขณะภายในเมืองนั้นมันได้มีทั้งวิหารถนนและกำแพงเมืองอีกทั้งยังรวมไปถึงฟาร์มเพาะปลูกกันเลยทีเดียว เนื่องจากในสมัยก่อนนั้นบริเวณโบราณแห่งนี้มันได้เป็นเพียงแค่ตำนานพื้นบ้านที่ได้มีการเล่าต่อกันมาว่า สถานที่โบราณติติกากานั้น

ซึ่งมันก็ได้เป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมอินคาและ เมื่ออารยธรรมอินคาก็ได้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้นมีเครื่องมือในการใช้งานที่ดีมากกว่าเดิมมันจึงได้ทำให้มีการสำรวจเกิดขึ้นมาและหลังจากนั้นก็ได้พบว่าตำนานในเรื่องโบราณสถานแห่งนี้มันได้เป็นเรื่องจริงภายใต้น้ำนั้นก็ยังได้มีวัตถุอีกมากมาย

 

สนับสนุนโดย  next88 line

ตำนานเมืองลับแลจังหวัดอุตรดิตถ์

            สำหรับเมืองลับแลหรืออำเภอลับแลเป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่นี่มีเส้นทางที่คดเคี้ยวเป็นอย่างมากซึ่งถ้าหากใครไม่ชำนาญทานจริงๆแล้วเราก็อาจจะเดินทางเข้ามาที่นี่แล้วหลงได้ง่ายเช่นเดียวกัน แล้วได้ความว่าที่นี่นั้นค่อนข้างที่จะมีถนนหนทางที่รถเลี้ยวเลี้ยวโค้งทำให้คนหลงทางได้ง่ายจึงทำให้ถูกขนานนามว่าที่นี่เป็นเมืองที่มองไม่เห็นและที่นี่มีความเชื่อกันอยู่

อย่างหนึ่งว่าหากใครก็ตามที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองลับแลนั้นทุกคนจะต้องห้ามพูดโกหก โดยที่เมืองลับแลนี้มีตำนานที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่งว่า มีผู้ชายคนหนึ่งเขาเป็นชาวบ้านของเมืองทุ่งยั้งอยู่มาวันหนึ่งเขาได้ออกไปหาของป่าเสร็จแล้วเขาก็เดินหลงทางเข้าไปในเมืองลับแล และชายหนุ่มคนดังกล่าวนั้นได้ไปเจอกับหญิงสาวคนหนึ่ง

ซึ่งเป็นชาวเมืองลับแลเขาจึงได้ใช้อุบายเล่ห์กลต่างๆหลอกล่อให้หญิงสาวคนดังกล่าวหลงเชื่อ และได้พาเขาเข้าไปอาศัยอยู่กินใช้ชีวิตอยู่ในเมืองลับแลโดยทั้งคู่นั้นได้ตกลงตัดสินใจเป็นสามีภรรยากัน สำหรับเมืองลับแลนั้นว่ากันว่าที่เมืองแห่งนี้จะเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นเมืองที่ร่ำรวยและมีแต่สาวสวยมากๆหลายตา

และด้วยเหตุนี้นี่เองเมืองลับแลจึงกลายเป็นเมืองที่รับซึ่งบุคคลภายนอกนั้นจะไม่สามารถเข้าไปที่เมืองลับแลหรือมองเห็นเมืองรับรายได้ สำหรับคนที่อยู่ในเมืองลับแลนั้นทุกคนจะอยู่ในศีลธรรมอันดีงามทุกคนจะมีความซื่อสัตย์ให้แก่กันและไม่มีใครพูดโกหก หรือว่าหลอกลวงกันซึ่งหลังจากนั้นไม่นานชายหนุ่มกับหญิงสาวก็ได้มีลูกด้วยกัน

มีอยู่มาวันหนึ่งในขณะที่หญิงสาวนั้นออกไปทำธุระนอกบ้านชายหนุ่มต้องเลี้ยงลูกอยู่บ้านเพียงลำพังอยู่ดีๆลูกก็ร้องไห้งอแงร้องหาแต่แม่ ซึ่งชายผู้นี้ไม่รู้จะปลอบลูกให้เงียบได้อย่างไรจึงได้พูดโกหกกับลูกไปว่าแม่มาแล้วโดยหวังว่าจะเป็นการปลอบให้เด็กนั้นเงียบ แต่ว่าเกิดมีชาวบ้านผ่านมาได้ยินว่าชายคนดังกล่าวนั้นพูดโกหกกับลูกของตนเอง

จึงได้รวมตัวกันขับไล่ชายคนดังกล่าวออกจากหมู่บ้าน ซึ่งฝ่ายเมียนั้นก็ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือสามีของตนเองได้อย่างไรเพราะสามีของตนเองนั้นพูดโกหกจึงได้แต่ทำการช่วยเหลือสามีนั้นเก็บของใส่ถุงย่ามโดยบอกกับสามีว่าถุงย่ามที่ให้ไปนี้ห้ามเปิดจนกว่าจะไปถึงบ้าน แต่ระหว่างที่เดินทางออกมาเพื่อจะกลับหมู่บ้านของตนเองนั้นชายหนุ่มกลับไม่รักษาคำพูดเขาเปิดดูถุงย่ามระหว่างทางและเห็นว่าในถุงย่ามนั้นมีแต่ขมิ้นเขาจึงได้หยิบขมิ้นนั้น

โยนทิ้งมาระหว่างทางเพราะเขามีความรู้สึกว่าถุงย่ามนั้นมันหนักจนเกินไป ซึ่งกว่าที่เขาจะเดินกลับมาถึงบ้านของเขานั้นก็เหลือแค่ขมิ้นอยู่ก้นถุงแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเปิดออกดูก็พบว่าเขามีเหล่านั้นเป็นทองคำเขาจึงหวังว่าจะย้อนกลับไปเก็บขมิ้นที่เขาโยนทิ้งแต่เมื่อย้อนกลับไปก็ไม่พบขมิ้นเหล่านั้นแล้ว และนอกจากจะไม่พบขมิ้นไม่พบทองคำแล้วเขาก็ไม่พบทางเข้าเมืองลับแลอีกเลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  entaplay slot

กลศาสตร์ของคววอนตัม

เวลาจะไม่มีการถูกเปลี่ยนแปลงหรือถูกบิดเบือนใดๆทั้งสิ้น เวลาจะเดินไปข้างหน้าอย่างเดียวจะเกิดเหตุการณ์ยังก็ไม่มีทางไหลย้อนกลับอย่างแน่นอนแต่สำหรับไอน์สไตน์แล้วเขาไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ไอน์สไตน์เขาคิดว่าเจ้าตัวแกน x y z มันไม่ได้บวกกับเวลาแต่เวลากับแกน  x y z มันได้อยู่เป็นสิ่งเดียวกันหมดเลยหรือมันได้เป็นแผ่นๆเดียวกันหมดเลยและเราลองมองภาพตาม สมมุติว่า เราทำผ้าให้ตึงและเราโยนลูกโบว์ลิ่งไปตรงกลางผ้า ลูกโบว์ลิ่งมันก็จะทำให้เกิดหลุมตรงกลางผ้าและผ้าที่มันเคยตึงจะย่นตามน้ำหนักของลูกโบว์ลิ่ง ซึ่งตรงนี้มันได้เป็นหลักการทางฟิสิกส์ที่เขาได้มีการบันทึกเอาไว้

โดยเขาได้เปรียบเทียบว่าลูกบอลกลมๆมันคือโลกส่วนผ้าที่มันเคยมัดให้ตึงมันก็คือแผ่นSpace timeหรือเวลานั่นเอง โดยทางหลักฟิสิกส์เขาได้บอกว่ามวลยิ่งเยอะมันยิ่งทำให้เกิดแรงพอมีแรงเยอะมันก็จะเกิดแรงโน้มถ่วงที่เยอะและความโน้มถ่วงที่มันได้อยู่ในลูกกลมๆนี้มันได้กดทับลงไปในแผ่นSpace time

มันก็เลยเกิดเป็นหลุมขึ้นมาเขาเลนสรุปตรงนี้ได้ว่ามวลยิ่งเยอะแรงก็ยิ่งเยอะมันเลยทำให้มีผลต่อการบิดเบือนของเวลาตรงนี้พอจะเห็นภาพกันหรือเปล่า ซึ่งตรงกฎนี้มันเป็นกฎที่ใหญ่ในระดับจักรวาลมากๆเป็นดวงดาวหรืออะไรก็แล้วแต่แล้วมันได้มีมองเรื่องของที่ใหญ่ขนาดนี้มันก็จะต้องมีการมองเรื่องของที่เล็กที่สุดหรือว่าเล็กมากๆนั่นมันก็คือสิ่งที่เราจะพูดถึงหรือQuantum Mechanicsหรือ กลศาสตร์ของคววอนตัม นั่นเอง โดย กลศาสตร์ของคววอนตัม ตามข้อมูลที่ได้มีการบันทึกเอาไว้เขาได้บอกว่ามันได้เป็นศาสตร์ที่ไม่สามารถบอกหรือคาดเดาอะไร

ได้เลยแม้แต่อย่างเดียวถ้าเกิดน้องๆเคยได้เรียนวิทยาศาสตร์หรือฟิสิกส์มันจะมีหัวข้อที่เราเคยเรียนกันเป็นพวกที่แบบว่าการคำนวนเวลาการคำนวนปล่อยสิ่งของให้มันตกลงพื้นการคำนวนของกระสุนปืนที่ยิงไปด้วยเท่านั้นเท่านี้จะใช้เวลากี่วินาทีกว่ากระสุนวัตถุที่เราต้องการ ซึ่งตรงนี้มันคือการคาดเดาที่สามารถคำนวนให้เห็นภาพได้แต่มิติควินตัมมันไม่สามารถที่จะคำนวนอะไรได้เลย

ซึ่งฟิสิกส์เขาได้บอกว่าศาสตร์ของควอนตัมสามารถใช้อธิบายพวกสิ่งเล็กๆแบบเล้กมากๆระดับอะตมหรือว่าเล็กกว่านั้น ซึ่งถ้าเกิดใครเคยเรียนวิทและเคยได้ยินผ่านหูมาสิ่งที่เล็กที่สุดที่หนังสือบันทึกไว้คืออะตมที่จอห์นดอลตันเคยบอกไว้และเราเคยเรียนหนังสือกันใช่หรือไม่แต่ในความเป็นจริงแล้วมันยังมีสิ่งที่เล็กกว่าอะตมอีกนั่นก็คืออิเล็กตรอนโปรตอนและนิวตรอนที่เขาได้ค้นพบมาในภายหลัง

 

 

สนับสนุนโดย  รหัสคูปอง rb88